NCIT2015 logo

Program

Time Excursion Expedition Hall 2 Hall 3 Journey Passage Voyage

Thursday, October 29

07:30-08:29 ลงทะเบียน
08:29-08:50 พิธีเปิดการประชุม
08:50-10:50 Plenary Session 1 (Conference Hall: Hall 2 and Hall 3)
10:50-11:05 อาหารว่าง
11:05-12:45 ICITEE
12:45-13:30 อาหารกลางวัน
13:30-15:30 ICITEE
15:30-15:45 อาหารว่าง
15:45-17:45 ICITEE
18:30-21:30 งานเลี้ยงอาหารค่ำและการประกาศรางวัล

Friday, October 30

09:00-10:20 Plenary Session 2 (Conference Hall: Hall 2 and Hall 3)
10:20-10:35 อาหารว่าง
10:35-12:15     N1: Computer Network I EX1: Expert System I APP1: Application I    
12:15-13:30 อาหารกลางวัน
13:30-15:30 A1: Algorithm I M1: Multimedia I     APP2: Application II ED1: Educational Technology I MD1: Modeling I
15:30-15:50 อาหารว่าง
15:50-17:30 A2: Algorithm II M2: Multimedia II     APP3: Application III BI1: Business Intelligence I MD2: Modeling II

Thursday, October 29

07:30 - 08:29

ลงทะเบียนgo to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

08:29 - 08:50

พิธีเปิดการประชุมgo to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

08:50 - 10:50

Plenary Session 1 (Conference Hall: Hall 2 and Hall 3)go to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

10:50 - 11:05

อาหารว่างgo to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

11:05 - 12:45

ICITEEgo to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

12:45 - 13:30

อาหารกลางวันgo to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

13:30 - 15:30

ICITEEgo to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

15:30 - 15:45

อาหารว่างgo to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

15:45 - 17:45

ICITEEgo to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

18:30 - 21:30

งานเลี้ยงอาหารค่ำและการประกาศรางวัลgo to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

Friday, October 30

09:00 - 10:20

Plenary Session 2 (Conference Hall: Hall 2 and Hall 3)go to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

10:20 - 10:35

อาหารว่างgo to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

10:35 - 12:15

N1: Computer Network Igo to top

Room: Hall 2
Chair: Lapas Pradittasnee (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
การปรับปรุงกลไกในการเลือกเส้นทางเพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งข้อมูลภายในเครือข่ายเฉพาะกิจเคลื่อนที่
Wee Ayuwananon, Thayika Thongsang, Worrawat Narongkhachavana and Sumet Prabhavat (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
เครือข่ายเฉพาะกิจเคลื่อนที่เป็นเครือข่ายที่ประกอบด้วยโมบายล์โหนด โดยไม่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยต้องใช้กลไกการค้นหาและเลือกเส้นทางที่มีความเฉพาะตัว เช่น โพรโตคอล AODV DSR AOMDV เป็นต้น และในเครือข่ายเฉพาะกิจเคลื่อนที่นั้น ทรัพยากรต่างๆ มีอยู่อย่างจำกัดทั้งความสามารถในการส่งต่อข้อมูล และพลังงานของโมบายล์โหนด อีกทั้งการรับ-ส่งข้อมูลในปัจจุบันมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมาก เราจึงควรใช้ประโยชน์สองสิ่งนี้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งงานวิจัยนี้มุ่งเน้นในการพยายามเพิ่มอัตราการส่งข้อมูลสำเร็จ ซึ่งจะเป็นการใช้ความสามารถในการส่งข้อมูลและพลังงานของโหนดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยกลไกการหลีกเลี่ยงการเลือกใช้เส้นทางที่โหนดในเส้นทางนั้นมีภาระงานมาก โดยดูจากความยาวของคิว (Queue) ในการให้บริการในแต่ละโหนด ซึ่งจากผลการทดลองโพรโตคอลที่นำเสนอสามารถเพิ่มอัตราการส่งข้อมูลสำเร็จ ในเครือข่ายที่มีสภาวะการส่งข้อมูลหนาแน่น
เครือข่ายติดต่อสื่อสารเฉพาะกิจบนสมาร์ทโฟน
Kitnipan Dermtoranin, Arunkamon Thammakote, Teerapong Choksatid and Sumet Prabhavat (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
ในปัจจุบันระบบการสื่อสารมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นซึ่งทำให้โครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถใช้งานได้ ย่อมส่งผลเสียต่อการดำเนินชีวิตของเราอย่างยิ่ง โครงงานฉบับนี้จึงได้หาแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเพื่อการติดต่อสื่อสารเฉพาะกิจที่ไม่ต้องพึ่งพาเสากระจายสัญญาณในการส่งข้อความ โดยมีการใช้โปรโตคอล Generic Advertisement Service ซึ่งเป็นโปรโตคอลในชั้น Link Layer มาใช้ในการรับส่งข้อความของแอพพลิเคชั่น และอาศัยการเก็บและส่งต่อข้อความจากโหนดต้นทางไปยังโหนดอื่นๆจนถึงโหนดปลายทาง
การศึกษาประสิทธิภาพการใช้พลังงานของกลไกหาเส้นทาง แบบเอปิดิมิกในเครือข่ายดีทีเอ็น
Worrawat Narongkhachavana, Kitnipan Dermtoranin, Teerapong Choksatid, Arunkamon Thammakote and Sumet Prabhavat (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
เครือข่ายดีทีเอ็น เป็นเครือข่ายรูปแบบหนึ่งของเครือข่ายเฉพาะกิจ ที่ได้รับความนิยมและถูกกล่าวถึงในงานวิจัยอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความสำเร็จในการส่งข้อความไปยังปลายทาง โหนดต้องคัดลอกและกระจายข้อความไปยังโหนดต่างๆบนเครือข่ายให้มากที่สุด ซึ่งทำให้เกิดความคับคั่งของปริมาณข้อความของเครือข่ายและการสูญเสียพลังงานของโหนดจำนวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในปัจจุบันได้มีการพัฒนากลยุทธ์การส่งข้อความเพื่อลดปัญหาดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์เปรียบเทียบประสิทธิภาพของแต่ละกลยุทธ์การส่งข้อความเป็นไปได้ยาก เนื่องจากกลยุทธ์ฯเหล่านั้นถูกทดสอบบนสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ประกอบกับการพิจารณาเพียงแค่ปริมาณการแลกเปลี่ยนข้อความไม่สามารถบอกถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของโหนดได้โดยตรง เพราะการลดลงของปริมาณดังกล่าวส่งผลทางอ้อมต่อโอกาสในการส่งข้อความให้สำเร็จ ดังนั้นในงานวิจัยฉบับนี้ผู้เขียนเสนอวิธีการวัดประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของโหนดและรวบรวมกลยุทธ์การส่งข้อความต่างๆที่น่าสนใจ เพื่อนำมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพบนสภาพแวดล้อมเครือข่ายเดียวกัน
การปรับปรุงประสิทธิภาพการกระจายภาระงานเพื่อลดดีเลย์สำหรับเครือข่ายเฉพาะกิจ
Panchanit Sukjirattikal, Phakamas Jitsopeepong, Worrawat Narongkhachavana and Sumet Prabhavat (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
ในการหาเส้นทางบนเครือข่ายเฉพาะกิจ การกระจายภาระงานมีผลกระทบมากต่อประสิทธิภาพเครือข่าย การหาเส้นทางที่ดีควรมีการกระจายภาระงานให้โหนดอย่างทั่วถึง มิฉะนั้นจะทำให้โหนดที่ถูกใช้เป็นทางผ่านการรับส่งข้อมูลอยู่ตลอด เกิดความคับคั่งจากปริมาณทราฟฟิกผ่านมากเกินไป ในขณะที่โหนดที่ไม่ค่อยถูกใช้ มีปริมาณทราฟฟิกผ่านน้อย ความไม่สมดุลในการกระจายภาระงานนี้ทำให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการส่งข้อมูล การส่งข้อมูลล้มเหลว และโอเวอร์เฮดจากการต้องส่งข้อมูลที่ล้มเหลวซ้ำใหม่ บทความนี้ศึกษาแนวทางแก้ปัญหาความไม่สมดุลดังกล่าว งานวิจัยก่อนหน้าเสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยให้แต่ละโหนดจะพิจารณาความสามารถตัวเองในการรับภาระงานเพิ่ม ก่อนตัดสินใจว่าจะยอมเป็นทางผ่านในการรับส่งข้อมูลให้โหนดต้นทางที่ร้องขอมาหรือไม่ เพื่อให้เกิดความสมดุลในการกระจายภาระงาน แต่ในทางตรงกันข้าม โหนดต้นทางอาจต้องใช้เวลาและจำนวนครั้งในการร้องขอเส้นทางมากขึ้น ทำให้เกิดความล่าช้าและโอเวอร์เฮดในการส่งข้อมูล เราจึงเสนอการกระจายภาระงานอย่างสมดุลที่ยืดหยุ่นขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่กล่าวมานี้ และผลการประเมินจากการจำลองเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่าเวลาและโอเวอร์เฮดในการส่งข้อมูลลดลง ความสำเร็จในการส่งข้อมูลและการสูญหายแพตเกตดีขึ้น
ความมั่งคงปลอดภัยการส่งข้อความสั้นที่มีการพิสูจน์ทราบตัวจริงสองทิศทาง
Chalee Thammarat (Mahanakorn University of Technology, Thailand)
ปัจจุการส่งข้อตวามสั้น (SMS หรือ Short Message Service) ได้รับความนิยมอย่างมากเช่น การส่งข้อความสั้นหากัน การทำธุรกรรมทางการเงิน มีงานวิจัยจานวนมากได้นาเสนอความมั่นคงปลอดภัยและการพิสูจน์ทราบตัวจริงของการส่งข้อความสั้น แต่อย่างไรก็ตามงานวิจัยที่ได้นาเสนอยังขาดความมั่นคงปลอดภัยและการพิสูจน์ทราบตัวจริง งานวิจัยฉบับนี้ได้นาเสนอการพิสูจน์ทราบตัวจริงที่มีความมั่นคงปลอดภัยและได้นาการสร้างเซสชันคีย์แบบออฟไลน์มาใช้งานซึ่งไม่มีการส่งคีย์ผ่านเครือข่ายทาให้มีความมั่นคงปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นและโพรโทคอลที่นาเสนอยังส่งข้อความที่มีจานวนข้อความน้อยทาให้มีประสิทธิภาพและใช้เวลาน้อย

EX1: Expert System Igo to top

Room: Hall 3
Chair: Nont Kanungsukkasem (King's Mongkut Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
การออกแบบกรอบแนวคิดของระบบแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยว โดยใช้เทคนิคดาต้าไมนิ่ง
Thongchai Kaewkiriya (Thai-Nichi Institute of Technology, Thailand); Raykha Sompong (Thai Nichi Institute of Technology, Thailand)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการออกแบบกรอบแนวคิดของระบบแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยว ด้วยการทำเหมืองข้อมูล ด้วยการใช้การตัดสินใจแบบกิ่งก้านสาขา (Decision Tree) โดยทำการเปรียบเทียบระหว่าง อัลกอริธึมในการทำการตัดสินใจแบบกิ่งก้านสาขา 2 อัลกอริทึม ได้แก่ อัลกอริทึม ID3 และ อัลกอริทึมแบบ Naïve Bayes ซึ่งกรอบแนวคิดงานวิจัยนี้ประกอบด้วย 5 โมดูล คือ 1) Pattern base Module ทำหน้าที่เก็บรูปแบบการท่องเที่ยวสำหรับนำนักท่องเที่ยว 2) Matching Module ทำหน้าที่จับคู่ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลนักท่องเที่ยวเทียบข้อมูลกับ Pattern base Module 3) Recommendation Module ทำหน้าที่แนะนำนักท่องเที่ยว 4) Tourist Attraction Category Module ทำหน้าที่ส่งคำตอบประเภทของสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยว 5) Web Interface Module ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างนักท่องเที่ยวกับระบบแนะนำ นอกจากนี้ได้มีการประเมินความเหมาะสมของกรอบแนวคิดจากผู้เชี่ยวชาญด้านเหมืองข้อมูล จำนวน 5 ท่าน พบว่า มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับสูง เฉลี่ยที่ 4.67/5 (S.D.=0.58)
กรอบแนวคิดระบบช่วยสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับเลือกซื้อเสื้อผ้า กรณีศึกษาร้านขายกางเกงเพ้นส์ 8A Painted Denim
Thongchai Kaewkiriya (Thai-Nichi Institute of Technology, Thailand); Orapan Chaikiti (Thai Nichi Institute of Technology, Thailand)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอกรอบแนวคิดการออกแบบระบบช่วยสนับสนุนการตัดสินใจการเลือกซื้อกางเกงเพ้นส์ร้าน 8A Painted Denim ซึ่งในงานวิจัยนี้ได้แบ่งกรอบแนวคิดออกเป็น 5 ส่วน คือ 1) Rule Base Module เป็นขั้นตอนการเก็บรวบข้อมูลนักศึกษา โดยการทำแบบสอบถาม 2) Mapping Module เป็นขั้นตอนในการแบ่งหมวดหมู่ข้อมูล ตามลักษณะและรูปแบบของตัวแปร เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของการทำเหมืองข้อมูล 3) Recommendation Moduleเป็นส่วนของการประมวลผล เพื่อแนะนำลายกางเกงที่ผู้ใช้งานมีความสนใจ 4) Product List Module) เป็นขั้นตอนการสังเคราะห์ แบ่งประเภทของลายกางเกงในร้าน ทำการวิเคราะห์ความสามารถและนำไปใช้ในการให้คำแนะนำลายกางเกง 5) Web Portal Module เป็นส่วนของการแสดงผลและการติดต่อใช้งานระบบ ซึ่งจะเป็นช่องทางในการรับข้อมูลเข้าจากลูกค้า กรอกข้อมูล แล้วทำการส่งข้อมูลเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับรูปแบบพื้นฐานที่ได้จากวิเคราะห์ เพื่อประมวลผลแนะนำนอกจากนี้มีการประเมินความเหมาะสมของแนวคิดที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน พบว่า มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.94/5 (S.D.=0.53)
การจำแนกข้อมูลโดยใช้เคมีนและเอสวีเอ็มแบบหลายกลุ่ม สำหรับระบบตรวจจับการบุกรุก
Natthawoot Punroob (Rajamangala University of Technology Lanna, Thailand)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์นำเสนอวิธีการจำแนกข้อมูลให้ดีขึ้นโดยมีการรวมเทคนิคจัดกลุ่มเคมีนและเทคนิคจำแนกข้อมูลเอสวีเอ็มแบบหลายกลุ่มทำงานร่วมกัน ชื่อว่าการจำแนกข้อมูลโดยใช้เคมีนและเอสวีเอ็มแบบหลายกลุ่ม (K-Means and Multi-Class Support Vector Machine: KMMSVM) จากการวิจัยการจำแนกชุดข้อมูล KDD Cup'99 ที่มีจำนวนข้อมูล 494,021 เรคคอร์ด คุณลักษณะข้อมูล 41 ลักษณะ และคลาสผลลัพธ์ 23 คลาส ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าเทคนิค KMMSVM ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในด้านความถูกต้องการจำแนกข้อมูล และด้านการใช้เวลาในการจำแนกข้อมูล เมื่อเปรียบเทียบกับเทคนิคจัดกลุ่มเคมีน (K-Means: KM) และ เทคนิคการจำแนกเอสวีเอ็มแบบหลายกลุ่ม (Multi-Class Support Vector Machine) ผลจากงานวิจัยแสดงให้เห็นเห็นว่าโมเดล KMMSVM สามารถจำแนกเพื่อตรวจจับแพ็คเก็ตบุกรุกได้อย่างดีและสามารถนำไปประยุกต์วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากได้มีประสิทธิภาพ
การจำแนกประเภทเว็บเพจด้วยมัลติคลาสซัพพอร์ตเวกเตอร์แมชชีนโดยประยุกต์ใช้ค่าประสิทธิภาพโดยนัยทั่วไป
Mulliga Khwankue (Walailak University, Thailand)
การค้นคืนสารสนเทศจากเว็บเพจซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่มีปริมาณมากให้ตรงตามความต้องการของผู้สืบค้นยังคงเป็นงานที่ท้าทาย การจำแนกประเภทเว็บเพจเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าซัพพอร์ตเวกเตอร์แมชชีนสามารถจำแนกประเภทข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามตัวจำแนกของซัพพอร์ตเวกเตอร์แมชชีนแต่ละตัวมีความแม่นยำไม่เท่ากัน งานวิจัยนี้จึงเสนออัลกอริทึมใหม่ในการจำแนกประเภทเว็บเพจให้มีประสิทธิภาพโดยนำค่าระยะห่างระหว่างข้อมูลกับระนาบหลายมิติที่ใช้แบ่งแยกข้อมูลมาพิจารณาร่วมกับค่าประสิทธิภาพโดยนัยทั่วไปของซัพพอร์ตเวกเตอร์แมชชีนในการให้คะแนนเสียง ผู้วิจัยนำเสนอวิธีการให้คะแนนเสียงกรณีการจำแนกแบบหนึ่งต่อที่เหลือทั้งหมด 2 วิธี คือ (1) การให้คะแนนเสียงโดยกำหนดสัดส่วนของระยะห่างระหว่างจุดข้อมูลกับระนาบหลายมิติที่ใช้แบ่งแยกข้อมูลที่อยู่ในช่วง 10 และ 20 เปอร์เซ็นต์แรกของระยะทางทั้งหมด และ (2) การให้คะแนนเสียงกรณีที่ไม่มีผลการจำแนกที่ชัดเจน ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าวิธีการที่นำเสนอทั้ง 2 วิธีให้ค่า F-measure ที่สูงขึ้นและการให้คะแนนเสียงกรณีที่ไม่มีผลการจำแนกที่ชัดเจนให้ค่า F-measure สูงที่สุด

APP1: Application Igo to top

Room: Journey
ระบบประสานงานระหว่างศูนย์รับแจ้งเหตุและรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
Benya Rungsrisutthiwong and Sarunporn Suadee (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand); Thananop Thongthavorn (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabung, Thailand); Sumet Prabhavat (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
ในแต่ละวันมีผู้ประสบเหตุที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุต้องทำงานอย่างหนักในการประสานงานกับรถพยาบาลผ่านการสนทนาทางวิทยุสื่อสารหรือโทรศัพท์เพื่อขอข้อมูล และตัดสินใจสั่งการให้ความช่วยเหลือ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดพลาดและความล่าช้าในการให้ความช่วยเหลือ บทความนี้นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของการประสานงานระหว่างศูนย์รับแจ้งเหตุและรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศอย่างเช่น ตำแหน่งและความพร้อมของรถพยาบาลแต่ละคันที่อัพเดตและออนไลน์ตลอดเวลา ร่วมกับข้อมูลตำแหน่งจุดเกิดเหตุและโรงพยาบาลจะถูกใช้เพื่อคำนวณเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมให้เจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุเลือก แล้วส่งข้อมูลผู้ประสบเหตุ พิกัดจุดเกิดเหตุ แผนที่การเดินทางไปจุดเกิดเหตุและโรงพยาบาลไปยังแท็บเล็ตที่ติดตั้งอยู่บนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อช่วยในเรื่องการติดต่อประสานงาน ลดข้อผิดพลาดในการสื่อสารและการเดินทาง ส่งผลให้ระยะเวลาในการนําส่งผู้ประสบเหตุจากจุดเกิดเหตุไปโรงพยาบาลลดลง
ระบบจำลองการฝึกหัดการขับรถยนต์
Trust Rukkunnatham (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand); Chodok Posew (King Mongkut's Institute of Technology Lardkrabang, Thailand); Kitsuchart Pasupa (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
ระบบจำลองฝึกหัดขับรถยนต์ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสอนและฝึกให้ผู้ขับขี่ทราบถึงกฎจราจรต่าง ๆ รวมถึงมีการเก็บพฤติกรรมของผู้ใช้ในการขับขี่เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง โดยใช้อุปกรณ์การตรวจจับการมองในขณะที่กำลังขับขี่รถยนต์ในระบบจำลอง เพื่อนำไปวิเคราะห์สาเหตุของการกระทำก่อนและหลังการทำผิดกฎจราจรหรืออุบัติเหตุได้ในอนาคต ซึ่งระบบจำลองอื่น ๆ ที่มีการพัฒนาขึ้นมาก่อนหน้านี้นั้นไม่มีการนำการตรวจจับการมองในขณะที่ขับขี่มาเป็นตัวช่วยในการประเมินพฤติกรรมในการขับขี่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยในการวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้
รายการอาหารแบบโต้ตอบได้สำหรับร้านกาแฟ โดยใช้การปฏิสัมพันธ์บนเทเบิ้ลท็อป
Pakpicha Ratanameathanon, Palida Neovakul and Natapon Pantuwong (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
ร้านกาแฟในปัจจุบัน แต่ละร้านจะมีกลยุทธ์ในการให้บริการแตกต่างกัน ทั้งนี้สิ่งที่ร้านกาแฟส่วนมากมีเหมือนกันคือ ระบบสั่งซื้อเครื่องดื่มกับพนักงาน โครงการนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างความแตกต่าง ความแปลกใหม่ และทันสมัย โดยการให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการบริการ กล่าวคือ ทางร้านจะมีโต๊ะที่สามารถใช้ระบบโต้ตอบกับลูกค้า เป็นสื่อกลางในการสั่งรายการเครื่องดื่มและของหวาน โดยลูกค้าต้องวางบัตรของทางร้านหรือบัตรสมาชิกลงบนโต๊ะ และระบบจะโต้ตอบผู้ใช้โดยการเปิดระบบการสั่งกาแฟ การสั่งกาแฟจะเริ่มเมื่อลูกค้าลากรายการเครื่องดื่มหรือของหวานตามที่ต้องการมาวางลงบนบริเวณสำหรับสั่งเครื่องดื่มและของหวานของตนเองที่ระบบแสดงผลให้ และเลือกขนาดแก้วตามต้องการ เมื่อเสร็จสิ้นการสั่งรายการ ระบบจะทำการคำนวณราคาและแสดงผลบนโต๊ะโต้ตอบกับลูกค้าต่อไป
การพัฒนาระบบจัดการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันออนไลน์
Pojanee Juntarasupawong (School of Science and Technology Bangkok University & Bangkok University, Thailand)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบจัดการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันออนไลน์ในรูปแบบเว็บแอพพลิเคชันให้กับบริษัท โกลด์ เพรส อินดัสตรี จำกัด แทนการทำงานแบบเก่าที่มีการบันทึกขั้นตอนการซ่อมบำรุงลงกระดาษ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินงาน เช่น ความล่าช้าในการบันทึกข้อมูล เกิดปัญหาข้อมูลสูญหายอีกทั้งยังทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรกระดาษ ซึ่งการพัฒนาระบบจัดการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันออนไลน์ในรูปแบบเว็บแอพพลิเคชันสามารถใช้งานผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นแล้วผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและสามารถใช้งานระบบได้สะดวกยิ่งขึ้น มีการจัดเก็บข้อมูลลงฐานข้อมูลทำให้เป็นการป้องกันข้อมูลสูญหายได้ดีกว่าการที่ใช้กระดาษในการจัดเก็บข้อมูล มีการส่งผ่านข้อมูลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านระบบเครือข่าย จึงได้พัฒนาระบบจัดการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันออนไลน์ของ บริษัท โกลด์ เพรส อินดัสตรี จำกัดด้วยโปรแกรม Microsoft Visual Studio ใช้ภาษา Visual Basic.NET จากผลการสำรวจความพึงพอใจต่อระบบจัดการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันออนไลน์ของบริษัท โกลด์ เพรส อินดัสตรี จำกัด จากผู้ทดลองใช้งาน จำนวน 30 คน พบว่าระบบจัดการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันออนไลน์มีความสะดวก และการใช้งานที่เอื้อประโยชน์ ระบบมีความสมบูรณ์และต่อเนื่องและความพึงพอใจในภาพรวมทั้งระบบ อยู่ในระดับดีมาก
การพัฒนาระบบสารสนเทศของการบริหารร้านวัสดุก่อสร้าง
Sukit Kuchaisit, SK (Bangkok University & Bangkok University, Thailand)
บทคัดย่อ บทความนี้เสนอ "การพัฒนาระบบสารสนเทศของการบริหารร้านวัสดุก่อสร้าง" ซึ่งถูกพัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวกและแก้ปัญหาในการจัดการร้าน กรณีศึกษา ร้านเจริญพาณิชย์รุ่งเรือง โดยก่อนหน้านี้ทางร้านเจริญพาณิชย์รุ่งเรืองได้จัดเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลการขาย ข้อมูลการสั่งซื้อ และข้อมูลการรับสินค้า ด้วยการจดบันทึกด้วยมือ การจดบันทึกรูปแบบนี้ทำให้ข้อมูลถูกที่เก็บไว้เกิดสูญหาย และเกิดข้อผิดพลาดในเรื่องของความถูกต้องในการจัดเก็บ ในการพัฒนาหลังจากการใช้งาน ผู้ใช้ได้ประเมินผลการใช้งานของระบบแล้วพบว่า ผู้ใช้ระบบมีความพึงพอใจที่อยู่ในเกณฑ์ระดับมากที่สุด ระบบการจัดการร้านวัสดุก่อสร้างกรณีศึกษา ร้านเจริญพาณิชย์รุ่งเรือง ทำให้ผู้ใช้จัดการระบบต่างๆภายในร้านได้ดีขึ้น เช่น การจัดเก็บข้อมูล การซื้อ-ขาย และการพิมพ์รายงานเป็นต้น การพัฒนาระบบในครั้งนี้ใช้ระบบฐานข้อมูลของ My SQL เวอร์ชัน 5.0.51.a และภาษาที่ใช้พัฒนาคือภาษา PHP

12:15 - 13:30

อาหารกลางวันgo to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

13:30 - 15:30

A1: Algorithm Igo to top

Room: Excursion
The Code Snippet Repository
Aziz Nanthaamornphong and Kittinun Kitnusorn (Prince of Songkla University, Phuket campus, Thailand)
นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์น้อยอาจจะต้องอาศัยเครื่องมือที่ช่วยให้การพัฒนาซอฟต์แวร์ให้เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เช่น การใช้ตัวอย่างโค้ดที่ถูกพัฒนาไว้อยู่แล้ว (code snippet) ซึ่งโค้ดเหล่านี้ได้ถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะเรื่อง การนำโค้ดมาใช้จะช่วยให้นักพัฒนาลดเวลาการทำงานลงได้ และยังช่วยให้เกิดการเรียนรู้ ทางทีมผู้พัฒนาได้พัฒนาระบบที่สามารถจัดเก็บ และค้นหาตัวอย่างโค้ด ระบบที่พัฒนาขึ้นมานี้จะมีความสามารถในการทำงานแบบออฟไลน์ และออนไลน์ นอกจากนี้ในส่วนที่เป็นแบบออนไลน์ยังมีความสามารถในการช่วยค้นหาโค้ดจากเว็บไซต์ของชุมชนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น Stack Overflow ผู้วิจัยคาดว่าระบบที่พัฒนาขึ้นนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการพัฒนาโปรแกรมให้มากขึ้น โดยเฉพาะนักพัฒนาที่ยังมีประสบการณ์น้อย
Evaluation Snort-IDS Rules for Botnets Detection
Youksamay Chanthakoummane, Saiyan Saiyod and Nunnapus Benjamas (Khon Kaen University, Thailand); Nattawat Khamphakdee (Advanced Smart Computing Laboratory (ASCL), Thailand)
Botnets has become a serious problem in network security. An organization should find the solutions to protect the data and network system to reduce the risk of the Botnets. The Snort-IDS (Intrusion Detection System) is the most usage software protection of the network security in the world. The Snort-IDS utilizes the rules to match the data packets traffic. There are some existing rules which can detect Botnets. This paper evaluates the Snort-IDS rules detection Botnets and analyzes the function of the Botnets in three rules packet such as botnet-cnc.rules, blacklist.rules, and spayware-put.rules. Moreover, this utilizes the MCFP dataset, which includes five packets with three rules Snort-IDS. The paper has particularly focused on three rules for evaluation making. The performance of each rule is evaluated by detecting each packet. The experimental results shown that, the case of botnet-cnc.rules can detect maximally the Botnets for 29,798 alerts. In addition, "BOTNET-CNC Possible host infection - excessive DNS" mostly detected. In the case of blacklist.rules, it can detect Botnets up to 44 alerts. "BLACKLIST USER-AGENT known malicious user-agent st" was mostly detected. In the case of spyware-put.rules cannot detect Botnets.
Data Mining-based Technology Acceptance Model (การยอมรับเทคโนโลยีด้วยวิธีการเหมืองข้อมูล)
Worawat Wasanapreecha (Mahanakorn University of Technology & Mahanakorn University of Technology, Thailand)
ระบบการเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning ) ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นให้ผู้ใช้งานในการเรียนการสอน แต่ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้งานกลับมีไม่มาก เทคโนโลยีทฤษฎีแบบจำลองการยอมรับการใช้เทคโนโลยี (Technology Acceptance Model:TAM) ถูกนำมาใช้เพื่อหาปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้งานเทคโนโลยีซึ่งจะนำมาซึ่งกิจกรรมที่มีผลต่อการใช้งาน แต่ข้อเสียของ TAM คือ ไม่สามารถวัดค่าความถูกต้องของตัวแบบได้ งานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นการปรับปรุง TAM ด้วยวิธีการเหมืองข้อมูล (Data Mining) โดยนำข้อมูลตั้งต้นจาก TAM มาเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของปัจจัย โดยทั้ง 2 วิธีการจะมีโครงสร้างที่ต่างกันจึงต้องมีการเปรียบเทียบ Parameter เสียก่อน วิธีการนี้ยังสามารถพิสูจน์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีและยังแสดงถึงความถูกต้องของตัวแบบได้อีกด้วย
Classification of Reliable Content on Cancer Thai Website using CancerDic+
Supaporn Kurtkid (Thonburi Comercial College & Vocational Education Commission, Thailand); Aungart Aun A Nan (Rajamangala University of Techology Suvarnabhumi, Thailand); Phayung Meesad (King Mongkut's University of Technology North Bangkok, Thailand)
Mrs. Supaporn Kurtkid ปัจจุบันจำนวนเว็บไซต์ที่ให้ความรู้ด้านมะเร็งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือยาก งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการจำแนกความน่าเชื่อถือของเนื้อหาภายในเว็บไซต์ด้านมะเร็งเพื่อแยกประเภทของเนื้อหาเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือและไม่น่าเชื่อถือ โดยงานวิจัยนี้นำเสนอ CancerDic+ ในการสกัดคำโดยการเพิ่มข้อมูลคำศัพย์เฉพาะด้านในการตัดคำและใช้เหมืองข้อมูล (Text Mining) ทำการจำแนกข้อมูลโดยมีการเปรียบเทียบค่าความถูกต้อง (Accuracy) ค่าความแม่นยำ (Precision) และค่าระลึกคืน (Recall) ของการสกัดคำและจำแนกประเภทของเนื้อหากับ Lexto, SWATH และ CancerDic+ ซึ่งผลการจำแนกความน่าเชื่อถือของเนื้อหาภายในเว็บไซต์พบว่าการทำเหมืองข้อมูลโดยใช้ CancerDic+ สกัดคำให้ผลการจำแนกได้ดีที่สุด(Accuracy = 84.388, Precision = 0.838, Recall =0.845) ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Possibility of Intellectual Property Right Education in Thailand
Senshu Yoshii (National Institute of Technology, Miyakonojo College, Japan); Tanaasin Yatsungnoen (Thai-Nichi Institute of Technology, Thailand)
In ASEAN countries, Japanese companies have established factories and produce a large number of products. And, higher education graduates will contribute for technology transfer between Japan and ASEAN countries. Additionally the product development has been carried out in the factories of the respective countries in recent years. However, in the current higher education, it is hard to say that doing these technical ability educational activities, such as to have the students that enable technology transfer. Japanese students, eventually, have a role in the transfer of Japanese technology abroad. Foreigner students from ASEAN countries want to get a job in Japanese companies in their home country to transfer technology. But, it is a current curriculum that is not enough to follow up also demands of these students in higher education. In higher education, time to incorporate the curriculum on technology transfer is coming. In this paper, we try to analyse by the following procedure about technology transfer, especially possibility of Intellectual Property Right education in Thailand.
A Survey of Success Factors in software development using scrum xp methods and quality management system standard iso 9001 referring to the software house in thailand
Surapun Penchamrush (King Mongkut's University of Technology North Bangkok, Thailand)
Currently, the demand for new software is increasing exponentially but the successes of software development projects are very few. There are several factors that contribute to success in software development. Mixed methods were used to survey this issue. The survey focused on the software house in Thailand covering factors that affect success in software development such as project development, human resources, customer, development, team, leader and the organization. In particular, software development processes and leadership. However, it was discovered that methods used in software development do not always meet all factors mentioned above. Thus, there should be a creation of a framework for developing software that supports all seven factors and in accordance with the requirements of the software house in Thailand.

M1: Multimedia Igo to top

Room: Expedition
Chair: Natapon Pantuwong (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
The Simulation of Facial Gesture Signals and Measurement Manipulation
Kriengsak Yothapakdee (Naresuan University & Faculty of Science, Thailand); Preecha Yupapin (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand); Kreangsak Tamee (Naresuan University & Faculty of Science, Thailand)
A novel approach to facial gesture signals and measurement manipulation using optical sensors is proposed. The muscle sensing signals generated by optical sensing system are simulated and illustrated to perform the coupling effects between the changes in the optical sensor phase shift and the facial gestures. In theory, the simulated muscle contractions are based on the slide filament theory, which is caused a phase shift of light within the device. The simulation of the muscle optical sensor system is the method of detecting the muscle contractions and induced by the facial gesturing force. The obtained simulation results show that the linear relationship between facial gesture and muscle signal patterns occurring is achieved, which is the important input data and useful for the human-computer interactions, behavior monitoring and disability applications.
The Development of Game Engine in Learning Media for Measurement Learner's Efficiency and Cognitive Skills in Programming Language
Banyapon Poolsawas and Panomporn Dokprakhon (Dhurakij Pundit University, Thailand)
"การพัฒนาเครื่องประมวลผลเกมในรูปแบบสื่อการเรียนรู้สำเร็จรูป เพื่อการวัดความก้าวหน้าของผู้เรียนในการเขียนโปรแกรม" งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์ในการวัดความก้าวหน้าของผู้เรียนที่มีต่อการเขียนโปรแกรม โดยการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ให้อยู่ในรูปแบบเครื่องประมวลผลเกม แบบลากวางสำเร็จรูปให้กับผู้เรียนได้ทดสอบ และศึกษาบทเรียน โดยอาศัยรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาเป็นหลักโดยใช้การวัดผลประมวลความรู้ก่อน และหลังการเรียน เป็นตัวชี้วัด พร้อมแบบสอบถามความพึงพอใจ ผลการทดลองพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการเขียนโปรแกรมของผู้เรียนมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเดิมร้อยละ 32.27 หลังจากปรับสื่อการเรียนรู้ ได้ข้อสรุปว่าการปรับรูปแบบสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบเครื่องประมวลผลเกมนั้นสามารถแก้ปัญหาด้านทัศนคติเชิงลบของผู้เรียนที่มีต่อการเขียนโปรแกรม และเพิ่มระดับความก้าวหน้าทางการเรียนแก่ผู้เรียนได้ดีขึ้น
Developing Prototype of Virtual Reality Application to simulation and control walking player for People Disability
Lalita Santiworarak and Banyapon Poolsawas (Dhurakij Pundit University, Thailand)
"การพัฒนาต้นแบบแอพพลิเคชันจำลองการเดินด้วยระดับสายตาในระบบความจริงเสมือนสำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหว" วัตถุประสงค์ของงานวิจัยชิ้นนี้เพื่อเสนอขั้นตอนวิธีที่ใช้พัฒนาแอพพลิเคชันต้นแบบบนสมาร์ทโฟนร่วมกับอุปกรณ์เชื่อมต่อเพื่อแสดงผลสภาพแวดล้อมจำลอง 3 มิติ (Virtual Reality) ด้วย Google Cardboard SDK ประยุกต์ใช้กับเครื่องประมวลผลเกม Unity 3D ด้วยภาษา C# เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมและจำลองการเคลื่อนไหวอัตโนมัติด้วยมุมมองของผู้ใช้งานที่มีปัญหาในการเดิน โดยขั้นตอนวิธีที่นำเสนอในงานวิจัยนี้สามารถเป็นต้นแบบนำไปพัฒนาแอพพลิเคชันได้จริง และมีความสามารถในการตรวจสอบทิศทางและระยะของการเคลื่อนที่ได้อย่างถูกต้อง ผลที่ได้พบว่า แอพพลิเคชันมีความถูกต้องในการคำนวณระยะการเคลื่อนไหว โดยหยุดเคลื่อนไหวจากการควบคุมด้วยมุมมองที่กำหนด และมีการประเมินความพึงพอใจจากผู้ใช้งาน โดยการเก็บข้อมูลจากผู้ที่มีปัญหาในการเดิน และผู้ที่ไม่มีปัญหาในการเดินจำนวน 30 คนเป็นกลุ่มตัวอย่าง ผลที่ได้พบว่า กลุ่มตัวอย่างผู้ใช้งานมีความพึงพอใจต่อแอพพลิเคชันในระดับดี
Behavior Detection by Using Multi-sensors for Intrusion Detection in Private Cloud
Khamkone Sengapahy (KhonKaen University, Thailand); Saiyan Saiyod and Nunnapus Benjamas (Khon Kaen University, Thailand)
Cloud computing have an important role because they can adjust the usage based on the requirement of the user e.g. the modification of the memory, storage units, and resources prescriptive. Besides that, their usages are designed as basis of the virtual machines and look like a typical computer. Additional, cloud computing are the embodiment of all resources. The cloud computing systems consist of private cloud, public cloud and hybrid cloud. In this paper focuses on behavior detection in private cloud that improves the security of private cloud. The private cloud system and all information will be damaged by an intrusion of other virtual machines. As the private cloud system, the firewall is device or program for intrusion prevention, but it unable to protect the system efficiently. The duty of firewall is only controlling system for entry/out and it is impeded between the internal and external network. The packet entry throughout firewall into the private cloud system might be caused by an intruder. The firewall processing unable to detect the intrusion behavior and fail for checking due to the defection of firewall. Therefore, the rules are designed for detecting the intrusion behavior in private cloud system. The processing of rules could detect the intrusion behavior in term of operating system, protocol, application, port and etc. In this paper, the created rules for detecting the intrusion behavior by using multi-sensor are investigated. The detecting is carried out on the identity of the intrusion behavior. The MIT-DARPA datasets were used to test the performance of Intrusion detection system by using multi-sensor in private cloud. The experimental results show that the intrusion behavior can be detected as 23 cases.
A Real-time Health Monitoring and Warning System
Wasan Leelaloetphanit (University the Thai Chamber of Commerce, Thailand); Wasu Leelaloetphanit and Krit Srikhuanjai (University of the Thai Chamber of Commerce, Thailand); Promarate Chomanan (University the Thai Chamber of Commerce, Thailand)
Health-related issues have been regarded as one of the major problems in every country. Avoidance of health monitoring negatively results in many aspects. Current medical system lacks of preventive medicine application which efficiently prevents and relieves disease prevalence. Deficiency of medical personnel affects the quality of treatment, care and nursing. Computer technology has been currently applied to several domains in order to yield better performance. Wearable devices have become usable and applicable to sense several vital signs and communicate them with other networked nodes via the Internet. In this paper, "UbiNurSS - A Ubiquitous Nursing Support System" has been developed for nursing support. UbiNurSS employs available devices which are capable of measuring pulse which reflects pulse or heart rate and blood pressure. A smaller, cheaper computer-equivalent device - Raspberry Pi, has also been used. UbiNurSS consists of two sub-systems - a Raspberry Pi based which is physically located at the patient room, and a web application based which facilitates the nurse's tasks at a nursing station. The pulse report and corresponding warning can be conducted in real-time. The results demonstrate applicability of UbiNurSS in terms of communication ranges, concurrent pulse deliveries without interference and insignificant differences of the measurements.
Low cost Touchscreen Table
Papon Dumrhidee (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand); Nontapat Siengsanor (KMITL, Thailand); Natapon Pantuwong (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
This article presents a method to create a touchscreen table. Which is an expensive device to reduce costs by using other equipment instead original one. For example, the normally touch system are replaced by Rear-Diffuse Illumination principles , using the infrared LED to light the surface then capturing the image on the surface by infrared camera. The images are sent to the software's Reactivition to analyze the position of the finger instead of using the touch screen. The result is a position on the screen is touched. The results will be sent as text TUIO protocol to be used as Input in applications such as detection Reactivision Fiducial Marker, a symbol that can be configured. Has a variety of operating over a common touch screen. Using Actionscript 3 to develop applications with the table. An application running on an operating system Microsoft Windows 8.

APP2: Application IIgo to top

Room: Journey
Chair: Anuntachai Anuntapat (KMITL & KMITL, Thailand)
แอปพลิเคชันสมุนไพรดูแลสุขภาพบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์
Sirinthorn Cheyasak (School of Science and Technology Bangkok University & Bangkok University, Thailand)
สมุนไพรบำบัดได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในสังคมยุคข่าวสารและเทคโนโลยี เนื่องจากคนในปัจจุบันให้ความสนใจดูแลและใส่ใจเรื่องสุขภาพจึงมีความต้องการที่จะเข้าถึงข้อมูลเพื่อศึกษาและทำความเข้าใจจากสื่อออนไลน์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูลด้านสมุนไพรไทย ผู้วิจัยจึงพัฒนาแอปพลิเคชันสมุนไพรดูแลสุขภาพบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ซึ่งประกอบด้วยส่วนของการแนะนำข้อมูลสมุนไพรและส่วนของการจัดกลุ่มการดูแลด้วยสมุนไพรโดยแบ่งออกเป็นตามช่วงอายุโดยแบ่งเป็น 3 ช่วง พร้อมทั้งศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้แอปพลิเคชันที่มีต่อความสวยงามในด้านการออกแบบ ด้านข้อมูลแนะนำสมุนไพร ด้านการใช้งานระบบ และความพึงพอโดยรวมของ แอปพลิเคชัน โดยกลุ่มตัวอย่างสำหรับงานวิจัยครั้งนี้คือกลุ่มคนทั่วไปที่มีความสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรหรือคนที่ใช้อุปกรณ์มือถือแอนดรอย์ในชีวิตประจำวันทั้งเพศชายและเพศหญิงจำนวน 30 คน พบว่ามีความพึงพอใจต่อการใช้งานแอปพลิเคชันสำหรับด้านต่างๆ อยู่ในระดับดี ส่งผลให้ความพึงพอใจต่อการใช้งานโดยรวมของแอพพลิเคชันมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 ซึ่งอยู่ในระดับดี (X=4.32, SD=0.278)
การพัฒนาแอพพลิเคชั่นส่งเสริมการท่องเที่ยวนมัสการพระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน @นครพนม
Itsarapron Treekoon, Phumin Hongma and Rawiworn Hongma (Nakhon Phanom University, Thailand)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นส่งเสริมการท่องเที่ยวนมัสการพระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน @นครพนม ซึ่งประกอบด้วยส่วนของประวัติพระธาตุทั้ง 7 พระธาตุ ประเภทของแอพพลิเคชั่นเรียงตามพระธาตุประจำวันเกิด ทั้งนี้ยังมีข้อมูลของจังหวัดนครพนมให้ผู้ที่ต้องการเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดนครพนม พร้อมทั้งเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้แอพพลิเคชั่นที่มีต่อความสวยงาม ด้านข้อมูลพระธาตุทั้ง 7 พระธาตุ และการใช้งานโดยรวมของแอพพลิเคชั่น โดยกลุ่มตัวอย่างสำหรับงานวิจัยนี้คือ กลุ่มตัวอย่างคนทั่วไปที่ใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในชีวิตประจำวันทั้งเพศชาย และเพศหญิงจำนวน 30 คน พบว่ามีความพึงพอใจการใช้งานโดยรวมต่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้านต่างๆ ส่งผลให้มีคะแนนเฉลี่ยรวม 4.50 (x ̅ = 4.50) อยู่ในระดับดี
ASEAN Quiz เกมแอพพลิเคชั่นบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์
Naronat Phuwatid, Phumin Hongma and Rawiworn Hongma (Nakhon Phanom University, Thailand)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเกมแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพื่อการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของแต่ละประเทศในอาเซียน และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่อการใช้งานแอพพลิเคชั่น ทั้งด้านความสวยงามของการออกแบบ ด้านข้อมูลและการใช้งานโดยรวมของแอพพลิเคชั่น โดยแอพพลิเคชั่นนี้พัฒนามาจากโปรแกรม Eclipse ใช้ภาษา JAVA ในการพัฒนาโดยกลุ่มตัวอย่างสำหรับงานวิจัยครั้งนี้คือกลุ่มคนทั่วไป ที่ใช้อุปกรณ์มือถือบนสมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทั้งเพศชายเพศหญิงจำนวน 30 คน พบว่ามีความพึงพอใจการใช้งานโดยรวมต่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้านต่างๆ ส่งผลให้มีคะแนนเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.47 (x ̅ = 4.47) อยู่ในระดับดี
การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันสนับสนุนกระบวนการทำงานในโรงงานกลึงอลูมิเนียม
Pakinee Upatham (King Mongkut's University of Technology Thonburi & School of Information Technology, Thailand)
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบสนับสนุนกระบวนการทำงานในโรงงานกลึงอลูมิเนียมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอะไหล่เครื่องทำความเย็นในรถยนต์ตามคำสั่งซื้อ (Make to Order) ของลูกค้า ระบบนี้พัฒนาขึ้นในลักษณะเว็บแอปพลิเคชัน (Web Based Application) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบันทึกข้อมูลจากกระบวนการทำงาน เริ่มตั้งแต่การบันทึกข้อมูลคำสั่งผลิต การบันทึกแผนการจัดส่งสินค้า การคำนวณจำนวนอลูมิเนียมที่ต้องใช้ การบันทึกจำนวนชิ้นงานดี-ชิ้นงานเสีย การบันทึกสาเหตุการเสีย การปรับปรุงแผนการจัดส่งสินค้ากรณีที่ผลิตไม่ตรงตามแผน และการจัดส่งสินค้า ในการติดตามข้อมูลการผลิตชิ้นงานตามคำสั่งซื้อสามารถนำข้อมูลมาช่วยในการตัดสินใจในกระบวนการผลิตเพื่อลดความผิดพลาดในกระบวนการผลิตได้ และมีการใช้ระบบการผลิตแบบลีน (Lean Manufacturing System) ในการออกแบบกระบวนการทำงานเพื่อลดความสูญเปล่าที่เกิดขึ้น ระบบเว็บแอปพลิเคชันเพื่อสนับสนุนกระบวนการทำงานในโรงงานกลึงอลูมิเนียมพัฒนาจากชุดคำสั่งที่ใช้สำหรับการกำหนดการแสดงผลข้อมูลหน้าเว็บเพจ CSS (Cascading Style Sheets) และ Bootstrap 2.3 ในการสร้างกรอบของเว็บไซต์และพัฒนาเพิ่มเติมด้วยภาษา PHP โดยใช้ CodeIgniter Framework เป็นเครื่องมือช่วยในการเขียนคำสั่งการทำงานควบคู่กับระบบจัดการฐานข้อมูล MySQL
การพัฒนาระบบการตรวจวัดค่าคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งขาว
Jedsada Arunruerk (Rajamangala University of Technology Thanyaburi & Faculty of Engineering, Thailand); Samatachai Jantarat and Weerachai Yaemvachi (Rajamangala University of Technology Thanyaburi, Thailand)
การเลี้ยงกุ้งขาวเป็นอุตสาหกรรมเกษตรที่มีความสำคัญประเภทหนึ่ง เพราะสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศได้อย่างสูง การเลี้ยงกุ้งขาวจำเป็นต้องเลี้ยงตามบริเวณแนวชายฝั่งที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต เมื่อเกษตรกรนำกุ้งขาวมาเลี้ยงในบ่อที่จัดสร้างขึ้นจึงต้องการการควบคุมคุณภาพน้ำให้เหมาะสมต่อการเจิญเติบโตด้วยเช่นกัน ในบทความนี้ได้ทำการพัฒนาวิธีการตรวจวัดคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งขาว โดยประยุกต์ใช้อุปกรณ์เซ็นเซอร์วัดค่าคุณภาพน้ำที่จำเป็นร่วมกับการสื่อสารข้อมูลแบบไร้สาย เพื่อบันทึกข้อมูลค่าคุณภาพน้ำต่างๆที่ต้องการควบคุมและมีการแจ้งเตือนไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาว หากค่าควบคุมเกินกว่าค่าที่ตั้งไว้ ผลการทำงาน ระบบการตรวจวัดค่าคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งขาวสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง สามารถแจ้งเตือนเป็นสัญญาณไฟและเสียงให้ผู้ดูแลบ่อเลี้ยงกุ้งทราบได้ หากค่าคุณภาพน้ำมีค่าต่ำหรือสูงเกินกว่าค่าที่ตั้งไว้ การส่งข้อมูล การบันทึกวัน-เวลาและค่าคุณภาพน้ำลงสื่อบันทึกทำได้ครบถ้วนตามช่วงเวลาที่ตั้งไว้ เกษตรกรสามารถอ่านนำค่าคุณภาพน้ำหรือนำไปวิเคราะห์ต่อไปได้
แอพพลิเคชันเอฟเฟกต์ลูปควบคุมด้วยท่าทางโดย Myo
Channarong Tantavanan, Pariyaphat Chongkasampaiboon and Teerapong Leelanupab (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
ในปัจจุบันได้มีการนำอุปกรณ์เอฟเฟกต์ลูป ที่มีความสามารถในการอัดเสียงดนตรี หรือเสียงของผู้ใช้ แล้วนำมาเล่นวนซ้ำไปเรื่อยๆ เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการเล่นดนตรี ช่วยทำให้ผู้ใช้เพียงคนเดียว สามารถเล่นเพลงที่มีหลายเสียงประสานกันได้ในเวลาเดียวกัน แต่ผู้ใช้จะต้องก้มมอง และกดปุ่มบนอุปกรณ์อยู่บ่อยๆ เป็นการยากสำหรับผู้ใช้มือใหม่ที่จะเล่นดนตรีได้อย่างราบรื่น ดังนั้นจึงได้พัฒนาแอพพลิเคชันเอฟเฟกต์ลูปควบคุมด้วยท่าทางโดย Myo ที่ชื่อ GLooper เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมแอพพลิเคชันที่มีความสามารถคล้ายอุปกรณ์เอฟเฟกต์ลูปได้ด้วยการแสดงท่าทาง โดยมีปลอกแขนที่ชื่อว่า Myo เป็นอุปกรณ์ตรวจสอบท่าทางการเคลื่อนไหวต่างๆ ของผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องก้มมองอุปกรณ์อีกต่อไป

ED1: Educational Technology Igo to top

Room: Passage
Chair: Thongchai Kaewkiriya (Thai-Nichi Institute of Technology, Thailand)
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์ โดยอาศัยการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน สำหรับนักโสตทัศนศึกษาทางการแพทย์
Lekruthai Khantongchai (Chandrakasem Rajabhat University & Chandrakasem Rajabhat University, Thailand)
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการสร้างและหาคุณภาพของชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์ โดยอาศัยการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน และเพื่อหาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์ โดยอาศัยการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน สำหรับนักโสตทัศนศึกษาทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้น ผู้วิจัยได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Google Apps โดยการสร้างชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์ KMPHT_Techno เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในรายวิชา เทคนิคการนำเสนอ ภาคเรียนที่ 3/2557 และคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ด้วยการกำหนดคุณสมบัติ จำนวน 7 ท่าน และดำเนินการทดลองกับประชากร จำนวน 37 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า เทคโนโลยี Google สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์ ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยอาศัยปัญหาเป็นฐาน ช่วยส่งเสริมทักษะในการคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เป็นการเรียนรู้ที่เน้นการร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานในลักษณะของการร่วมมือกันแก้ปัญหา ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะกระบวนการกลุ่ม การติดต่อสื่อสารและการมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันดี และเป็นการสร้างเครือข่ายติดต่อสื่อสารทางออนไลน์ ที่ทำให้ลดระยะเวลา ระยะทาง และเพิ่มประสิทธิภาพของงาน ให้ทั้งกลุ่มนักศึกษาและผู้สอนรวมถึงผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ผลการหาคุณภาพของชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์ โดยอาศัยการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่าอยู่ในระดับดี และพบว่านักศึกษามีความพึงพอใจต่อชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์ โดยอาศัยการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน สำหรับนักโสตทัศนศึกษาทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้น อยู่ในระดับมาก
พฤติกรรมการใช้ระบบห้องเรียนเสมือนด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนตัว กรณีศึกษา: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
Kritwara Rattanaopas (Prince of Songkla University, Thailand)
ระบบห้องเรียนเสมือนหรือที่รู้จักในชื่อของโปรแกรม Moodle มีความนิยมในการนำเข้ามาใช้จัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่การพัฒนาด้วยเทคโนโลยีของอุปกรณ์เคลื่อนที่มีสูงขึ้นและมีความนิยมใช้งานอย่างแพร่หลายซึ่งในระดับอุดมศึกษาถือได้ว่ามีการใช้งานสูง พร้อมกับมีเทคนิคที่สำคัญของรูปแบบของการพัฒนาเว็บที่เรียกว่า Responsive Web ที่ถูกพัฒนาให้กับหน้าเว็บสำเร็จรูปหรือ Content management system, CMS ในปัจจุบัน ผู้วิจัยจึงทำการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้บริการจากระบบห้องเรียนเสมือนของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาที่ยังมีการให้บริการด้วย Moodle 1.9 ในช่วงปีการศึกษา 2557 เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่มีการเข้าใช้บริการผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ พบว่ามีการใช้งานกิจกรรมต่างๆ ของห้องเรียนเสมือนได้แก่ การเข้าสู่ระบบ การเข้าดูรายวิชา ดาวน์โหลดเอกสารต่าง ๆ การเข้าทำแบบทดสอบ และการส่งการบ้านหรือชิ้นงาน โดยผู้ใช้บริการหรือกลุ่มนักศึกษาสนใจทำแบบทดสอบผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่สูงถึง 34 คนในบางชั่วโมงและเทียบกับการใช้บริการผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาและตั้งโต๊ะสูงกว่า 10% จึงสามารถสรุปว่าควรมีการปรับปรุง Moodle ไปสู่รุ่น 2.9 เพื่อให้รองรับผู้ใช้บริการและศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการแต่ละประเภทต่อไป
การรู้สารสนเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต
Chuleekorn Nuansomsri and Suttisak Jantavongso (Rangsit University, Thailand)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรู้สารสนเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิต และเพื่อเปรียบเทียบการรู้สารสนเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรังสิตโดยจำแนกตามชั้นปี กลุ่มคณะ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใช้แบบทดสอบตามมาตรฐานการรู้สารสนเทศของสมาคมห้องสมุดมหาวิทยาลัยและวิจัยแห่งอเมริกา (Association of College and Research Libraries: ACRL) ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 392 คน ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวน ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่มีการรู้สารสนเทศอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเปรียบเทียบการรู้สารสนเทศของนักศึกษาจำแนกตาม ชั้นปี พบว่า มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ด้านสามารถกำหนดขอบเขตของสารสนเทศที่ตนเองต้องการ ด้านสามารถใช้สารสนเทศในการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ส่วนกลุ่มคณะ มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ในด้านสามารถกำหนดขอบเขตของสารสนเทศที่ตนเองต้องการได้ และมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในด้านสามารถเข้าถึงสารสนเทศที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ในด้านสามารถกำหนดขอบเขตของสารสนเทศที่ตนเองต้องการได้ ด้านสามารถเข้าถึงสารสนเทศที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในด้านสามารถประเมินสารสนเทศและแหล่งที่มาอย่างมีวิจารณญาณ
การปรับปรุงเว็บไซต์ของหน่วยงานจัดการศึกษาในสถาบันการศึกษา กรณีศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Kiattisak Theeranat-akkharawong, Anant Choksuriwong and Sangsuree Vasupongayya (Prince of Songkla University, Thailand)
บทความวิจัยนี้นำเสนอแนวทางการปรับปรุงเว็บไซต์ของหน่วยงานจัดการศึกษาในสถาบันการศึกษา กรณีศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยนำหลักการเว็บยูสอบิลิตี้ (Web usability) หลักการพัฒนาเว็บแบบริสพอนซิฟว์ (Responsive web design) และมาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ (Government website standard) เป็นแนวทางในการปรับปรุงเว็บไซต์ขึ้นใหม่ เพื่อให้เว็บไซต์มีความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน มีข้อความชัดเจน รูปแบบเรียบง่าย มีข้อมูลที่เหมาะสมกับผู้ใช้ และเหมาะสมกับขนาดหน้าจอที่แตกต่างกัน ผลการประเมินความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ใช้งานเว็บไซต์อยู่ในระดับดีมากที่สุด เนื่องจาก เว็บไซต์ใหม่ใช้งานง่าย สะดวก ค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้รวดเร็วและดูสะอาดตา
สาระบันเทิงจากกิจกรรมในเกม Edutainment from Game Based Activities
Wilawan Inchamnan (Information Technology Faculty Dhurakij Pundit University, Thailand); Karuna Yampray (Information Technology, Thailand)
บทความนี้เป็นการศึกษาการนำรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นความสนุกสนานและได้รับความรู้ควบคู่กันไปที่เรียกว่าสาระบันเทิง (Edutainment) โดยใช้กิจกรรมในเกม เป็นการศึกษาถึงปัจจัยต่างๆ ในเกมมาใช้ในกระบวนการเรียนรู้ ที่มีผลต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ โดยที่พฤติกรรมดังกล่าวสามารถวัดผลการเรียนรู้ของผู้เล่นเกมจากการเรียนรู้เป้าหมาย (Goal Learning) การมีปฏิสัมพันธ์กับการเรียนรู้ (Interactive Learning) และการเรียนรู้ที่จะการตีความ (Interpretation Learning) เพื่อนำไปเป็นแนวทางการออกแบบกิจกรรมต่างๆในห้องเรียน และการสร้างสาระบันเทิงต่อไป จะเห็นได้ว่าการสร้างสาระบันเทิงจากกิจกรรมในเกมเป็นการนำกฎเกณฑ์และการโต้ตอบต่างๆ (Game Mechanics) ในเกมที่จะทำให้เกิดความสนุกสนานเกิดขึ้นมาปรับใช้กับกระบวนการเรียนการสอน ในการศึกษาครั้งนี้เน้นความสัมพันธ์ระหว่างผลการเรียน และการเรียนรู้กับเป้าหมาย การปฏิสัมพันธ์ และการตีความความในกิจกรรมต่างๆขณะเล่นเกม ผลการศึกษาพบว่ามีความสัมพันธ์ในบางประเด็นที่น่าสนใจอย่างมีนัยสัมคัญเพื่อนำไปปรับใช้ในการออกแบบการเรียนการสอนต่อไป
การพัฒนาแอปพลิเคชันสื่อการเรียนรู้ตารางธาตุแบบ 3 มิติบนไอแพด
Saranya Kerdkhao and Nida Thawornkul (Bangkok University, Thailand)
การพัฒนาแอพพลิเคชันตารางธาตุในรูปแบบของธาตุ 3 มิติ บนไอแพด (iPad) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์จากการเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่างของนักเรียน นักศึกษาที่เรียนรู้ตารางธาตุผ่านแอพพลิเคชัน โดยการเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม ที่ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับตารางธาตุด้วยเครื่องมือที่ต่างกันคือ กลุ่มแรก ศึกษาจากเอกสาร และกลุ่มที่สอง ศึกษาจากไอแพด ผลที่ได้พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาจากไอแพดมีค่าเฉลี่ยของคะแนนที่สูงขึ้นกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาจากเอกสาร

MD1: Modeling Igo to top

Room: Voyage
Chair: Bundit Thanasopon (KMITL, Thailand)
สถานภาพและปัจจัยความสำเร็จสำหรับธุรกิจซอฟต์แวร์รายใหม่ในไทย
Srinual Nalintippayawong, Marut Prasertwutthiphong and Wanchaloem Sakkavattana (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
ในยุคเศรษฐกิจดิจิตอล ธุรกิจซอฟต์แวร์รายใหม่ (สตาร์ทอัพ) มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่เนื่องจากธุรกิจสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จมีจำนวนน้อยและงานวิจัยเกี่ยวกับสตาร์ทอัพไทยยังไม่ค่อยมี งานวิจัยนี้ จึงได้นำเสนอสถานภาพและปัจจัยความสำเร็จสำหรับธุรกิจซอฟต์แวร์รายใหม่ในไทย โดยสำรวจข้อมูลจากผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ จำนวน 106 ราย ผลการวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจมาไม่เกิน 2 ปี ผู้ประกอบการเกือบครึ่งไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาก่อน สตาร์ทอัพสามในห้ามีผลการดำเนินงานที่ยังไม่คืนทุน อย่างไรก็ตาม สตาร์ทอัพมีการจัดการด้านผลิตภัณฑ์ ตลาด และการจัดการบุคลากรอยู่ในระดับดี ส่วนปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จของสตาร์ทอัพ ได้แก่ 1) ทีมงานที่เข้มแข็ง มีความมุ่งมั่น มีความรู้และประสบการณ์ทางการตลาดและธุรกิจที่ทำ 2) มีความยืดหยุ่นของกลยุทธ์ รูปแบบธุรกิจ และเทคโนโลยี 3) มีการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจน 4) การมีความคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ และ 5) การเลือกเข้าสู่ตลาดที่น่าสนใจ ซึ่งทุกด้านสตาร์ทอัพกลุ่มที่มีกำไรดำเนินงานอยู่ในระดับดี ในงานวิจัยนี้ยังได้นำเสนอการวิเคราะห์ SWOT ของธุรกิจสตาร์ทอัพและความต้องการของสตาร์ทอัพเกี่ยวกับการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมทั้งงานวิจัยที่น่าสนใจในอนาคต
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีระบบ eDLTV ในจังหวัดจันทบุรี
Noppadech Youprom (Mahanakorn University of Technology, Thailand)
eDLTV เป็นหนึ่งในสื่อการเรียนการสอนรูปแบบ e-Learning ที่สามารถช่วยบุคลากรทางการศึกษาที่อยู่ตามชุมชนห่างไกลในการเข้าถึงสื่อการเรียนการสอน eDLTV ได้มีการเผยแพร่ในจังหวัดจันทบุรีมาสักระยะแล้ว แต่ไม่ค่อยได้รับการตอบรับเท่าที่ควร ผู้วิจัยจึงมีวัตถุประสงค์จะหาคำอธิบายว่าปัจจัยใดที่ส่งผลโดยตรงต่อการยอมรับเทคโนโลยีระบบ eDLTV ในงานวิจัยนี้จะประยุกต์ใช้ทฤษฎีแบบจำลองการยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Technology Acceptance Model หรือ TAM) ในการตั้งปัจจัยและสมมติฐานจากนั้นจึงทำการเก็บข้อมูลตัวอย่างจากแบบสอบถามกับบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดจันทบุรี เพื่อนำมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลและอธิบายถึงปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีระบบ eDLTV ต่อไป
แบบจำลองของระบบช่วยตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กองทุน กรณีศึกษาบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง
Thongchai Kaewkiriya (Thai-Nichi Institute of Technology, Thailand); Atthaporn Sasapan (Thai Nichi Institute of Technology, Thailand)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแบบจำลองของระบบช่วยตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กองทุนของบริษัทหลักทรัพย์ ให้ตรงกับความต้องการของผู้ลงทุน โดยใช้เทคนิคการทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) โดยแบบจำลองประกอบด้วย 3 โมดูล คือ 1) Pre-Processing Module คือโมดูลการเตรียมข้อมูลเพื่อนำสู่กระบวนการวิคราะห์ 2) Analysis Module คือโมดูลส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ได้ผลลัพท์ Rule Base 3) Testing & Result Module คือโมดูลส่วนของการทดสอบ และนำผลมาแสดงต่อผู้ใช้งาน สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้เทคนิคต้นไม้ตัดสินใจแบบ C4.5 และ ID3 เพื่อเปรียบเทียบความแม่นยำในการพยากรณ์ การประเมินผลงานวิจัยนี้ใช้ผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ประเมินความเหมาะสมของแบบจำลองโดยผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับเหมาะสมมาก มีค่าเฉลี่ย 4.00/5 (S.D.=0.86)
แบบจำลองเพื่อช่วยทำนายผลการย้ายสาขาวิชาโดยการจำแนกประเภทข้อมูล กรณีศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
Kanjana Haruehansapong (Walailak University, Thailand)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแบบจำลองจากพฤติกรรมการเรียนสำหรับช่วยทำนายผลการย้ายสาขาวิชา โดยการจำแนกประเภทข้อมูล (Data Classification) กรณีศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เนื่องจากมหาวิทยาลัยประสบกับปัญหาการย้ายสาขาวิชาของนักศึกษาเมื่อเรียนไปได้ระยะหนึ่งแล้วมีปัญหาทางด้านผลการเรียนทำให้ไม่สามารถเรียนในสาขาวิชาดังกล่าวต่อไปได้ จึงมีการขอย้ายสาขาวิชาไปเรียนสาขาวิชาอื่น ซึ่งมีทั้งคนที่สามารถเรียนได้ในขณะที่บางส่วนก็ไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนในสาขาวิชาที่ได้ย้ายเข้ามา งานวิจัยนี้จึงทำการวิเคราะห์และศึกษาพฤติกรรมของผู้เรียนที่มีการย้ายสาขาวิชาที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จว่ามีรูปแบบพฤติกรรมอย่างไรบ้างเพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการดูแลและให้คำแนะนำนักศึกษาในการย้ายสาขาวิชาได้อีกทางหนึ่ง โดยผู้วิจัยเลือกใช้วิธีการทำเหมืองข้อมูล โดยใช้เทคนิคการจำแนกประเภทข้อมูลเพื่อสร้างแบบจำลอง 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) แบบจำลองเพื่อช่วยทำนายผลสำเร็จในการเรียนหลังย้ายเข้ามาเรียนในสาขาวิชาใหม่ 2) แบบจำลองเพื่อช่วยทำนายผลการเรียนที่ได้รับเมื่อสิ้นสุดการศึกษาในสาขาวิชาใหม่ ซึ่งผลจากการทดสอบค่าความถูกต้องของแบบจำลองดังกล่าวพบว่าค่าความถูกต้องของแบบจำลองที่ 1 เป็น 96.97% และค่าความถูกต้องของแบบจำลองที่ 2 เท่ากับ 79.797%
การเปรียบเทียบประสิทธิภาพโมเดลการจำแนกและการเลือกคุณลักษณะสำคัญสำหรับคุณภาพการขายผลิตภัณฑ์ทางโทรศัพท์
Sakchai Tangwannawit (KMUTNB, Thailand); Panana Tangwannawit (Phetchabun Rajabhat University, Thailand)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) หาหมวดหมู่ข้อคิดเห็นของการขายผลิตภัณฑ์ผ่านทางโทรศัพท์ 2) สร้างโมเดลที่เหมาะสมสำหรับการจำแนกร่วมกับการคัดเลือกคุณลักษณะ 3) ทดสอบโมเดล ส่วนวิธีการดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือขั้นตอนแรกทำการเก็บรวบรวมข้อมูลข้อคิดเห็นจากพนักงานตรวจสอบคุณภาพ ขั้นตอนที่สองนำข้อมูลข้อคิดเห็นที่ได้มาหาคำสำคัญ และทำการสกัดคำสำคัญ เพื่อเลือกคำคุณลักษณะสำคัญที่สุด ขั้นตอนที่สามการวิเคราะห์ข้อมูลและวัดประสิทธิภาพด้วย Naïve-Bayes Neural Network และ Decision Tree และขั้นตอนสุดท้ายทำการทดสอบโมเดลร่วมกับการคัดเลือกคุณลักษณะ ซึ่งการสังเคราะห์ข้อมูลข้อคิดเห็นจำแนกได้ 3 กลุ่มคือ CATE1:มารยาท และคำต้องห้ามการขายผลิตภัณฑ์ CATE2:ทักษะความรู้ ความเข้าใจ และความแม่นยำของผลิตภัณฑ์ CATE3:ทักษะการลงทะเบียนลูกค้า จากการทดลองพบคำสำคัญจำนวน 18 คำสำคัญที่จำแนกข้อมูลได้ทั้ง 3 กลุ่ม และเมื่อนำไปหาโมเดลด้วยวิธี Classification พบว่า J48 ให้ค่าความถูกต้องมากที่สุด และเมื่อนำโมเดล J48 ร่วมกับการคัดเลือกคุณลักษณะด้วยวิธี WrapperSubsetEval ให้ค่าความถูกต้องสูงที่สุด
แบบจำลองปัจจัยของเอสคอมเมิร์ซและความไว้วางใจที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภค
Chutada Pothong and Chanboon Sathitwiriyawong (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
นโยบายการส่งเสริมอีคอมเมิร์ซของภาครัฐส่งผลให้มีผู้ประกอบการ อีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นทุกปี จากสถิติการใช้อินเทอร์เน็ตและเครือข่ายสังคมออนไลน์ของประชากรไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี แต่จำนวนผู้บริโภคอีคอมเมิร์ซยังคิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ยังขาดความไว้วางใจในอีคอมเมิร์ซ จึงได้เกิดอีคอมเมิร์ซรูปแบบใหม่ที่เรียกว่าเอสคอมเมิร์ซ ผู้วิจัยจึงได้นำเสนอแบบจำลองในการวิเคราะห์ปัจจัยของเอสคอมเมิร์ซ โดยใช้ทฤษฎีการกระทำด้วยเหตุผล (Theory of Reasoned Action) และรูปแบบความไว้วางใจต่อเว็บ (Web Trust Model) เป็นแนวคิดพื้นฐาน จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ปัจจัยด้านต่าง ๆ ได้แก่ ความมีชื่อเสียง คุณภาพของข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัย การสื่อสาร และการแนะนำแบบปากต่อปาก มีผลต่อความไว้วางใจจนนำไปสู่การซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภค

15:30 - 15:50

อาหารว่างgo to top

Rooms: Excursion, Expedition, Hall 2, Hall 3, Journey, Passage, Voyage

15:50 - 17:30

A2: Algorithm IIgo to top

Room: Excursion
Chair: Aziz Nanthaamornphong (PSU, Thailand)
การปรับปรุง พาติเคิล สวอม ออปติไมเซชั่น โดยการประยุกต์การกลายพันธุ์ สำหรับการแก้ปัญหาการเดินทางของพนักงานขาย
Jaturong Sriborikit (IT KMITL, Thailand); Panwit Tuwanut (King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
ปัญหาการเดินทางของพนักงานขาย (Travelling Salesman Problem, TSP) เป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจจากนักวิจัยอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานในการพัฒนาวิธีการในการหาคำตอบให้ดีและรวดเร็วมากขึ้น โดยในบทความนี้ได้นำเสนอการปรับปรุง พาติเคิล สวอม ออปติไมเซชั่น (Particle Swarm Optimization, PSO) โดยวิธีการกลายพันธุ์ (Mutation Operator) มาประยุกต์ใช้ เพื่อที่จะลดหรือแก้ปัญหา โลคอล ออพติมา (Local Optimal) ซึ่งจากผลการทดลองในงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า การนำการกลายพันธุ์มาประยุกต์ใช้กับ PSO จะได้รับผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า PSO แบบปกติ ในการแก้ไขปัญหา TSP
รหัสผ่านแบบพลวัตด้วยเทคนิคเซสชั่นสำหรับเว็บแอพพลิเคชั่น
Kamthorn Sarawan (Rajamangala University of Technology Isan, Thailand)
ระบบสารสนเทศหรือเว็บแอพพลิคชั่นที่มีความสำคัญและเข้มงวด ผู้ใช้งานจำเป็นต้องกรอกชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่าน เพื่อตรวจสอบสิทธิ์ก่อนเข้าใช้งาน ซึ่งปกติจะเรียกใช้ระบบเหล่านี้ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ และอาจจะมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ หากระบบเครือข่ายนั้นถูกดักจับข้อมูล เพื่อขโมยบัญชีผู้ใช้งานแล้วนำไปใช้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูล ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันได้มีการนำเสนอวิธีการเพื่อป้องกันการดักจับข้อมูลหลายรูปแบบวิธี หนึ่งในนั้นคือ การใช้รหัสผ่านแบบพลวัต ซึ่งการใช้รหัสผ่านแบบพลวัตแต่ละวิธีมีข้อจำกัดในการนำมาใช้งานจริงแตกต่างกันไป เช่น ความซับซ้อนของวิธีการ หรือติดตั้งยุ่งยาก งานวิจัยนี้ได้นำเสนอการใช้รหัสแบบพลวัตด้วยเทคนิคเซสชั่น พัฒนาระบบทดสอบด้วยภาษา PHP และ JavaScript โดยกำหนดตำแหน่งให้กับชุดอักขระของรหัสผ่านแต่ละตัว ทำการสลับตำแหน่งทุกครั้งเมื่อเรียกใช้หน้าล็อกอิน และส่งตำแหน่งอักขระของรหัสผ่านเพื่อตรวจสอบสิทธิ์แทนรหัสผ่านจริง ทำให้ไม่สามารถดักจับรหัสผ่านจริงได้
การวิเคราะห์ประสิทธิภาพเชิงเปรียบเทียบระหว่างไฮเพอร์ไวเซอร์แบบรหัสเปิดและแบบรหัสปิดบนหลายแพลตฟอร์มระบบปฏิบัติการ
Thepparit Banditwattanawong and Prakit Meebundit (Sripatum University, Thailand)
บทความนี้นำเสนอการวิจัยเชิงทดลองเพื่อตอบคำถามวิจัยคือ ประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ไฮเพอร์ไวเซอร์แบบรหัสเปิดและรหัสปิดในสภาพแวดล้อม แบบหลายแพลตฟอร์มระบบปฏิบัติการแตกต่างกันอย่างไร ข้อค้นพบที่ได้เป็นองค์ความรู้ใหม่เบื้องต้นสำหรับประกอบการตัดสินใจการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ไฮเพอร์ไวเซอร์ให้เหมาะสมกับลักษณะการนำไปใช้งานของผู้ใช้ที่มีความต้องการต่างกันเป็นสำคัญ เครื่องมือวัดผลการวิจัยที่ใช้คือชุดเครื่องมือเกณฑ์เปรียบเทียบสมรรถนะในด้านต่างๆ สำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าไฮเพอร์ไวเซอร์แบบรหัสปิดที่เลือกมาทดสอบมีผลสมรรถนะโดยรวมดีที่สุด โดยฉพาะสมรรถนะด้านการทำงานของหน่วยประมวลผลกลางและด้านการแสดงผลแบบกราฟิก ส่วนไฮเพอร์ไวเซอร์แบบรหัสเปิดเหมาะกับการใช้งานโดยทั่วไปที่ไม่มุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุด แต่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของลิขสิทธิซอฟต์แวร์
วิธีการแปลงคำสั่งเอสคิวแอลโดยใช้ออนโทโลจีกลาง เพื่อใช้สำหรับการสืบค้นฐานข้อมูลที่ความแตกต่างกัน
Thanapol Phungtua-eng and Werachart Muttitanon (Rajamangala University of Technology Tawan-Ok Chakrabongse Bhuvanarth Campus, Thailand)
กระบวนการรวมฐานข้อมูล (Database Integration) เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาความแตกต่างระหว่างฐานข้อมูล ในระดับโครงตาราง (Schema) หรือในระดับข้อมูลของตาราง (Instance) สำหรับบทความงานวิจัยนี้เราได้นำเสนอวิธีการรวมฐานข้อมูล สำหรับฐานข้อมูลที่มีโครงตารางที่แตกต่างกันแต่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยแบ่งขั้นตอนออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่งเป็นขั้นตอนการสร้างออนโทโลจีเพื่ออธิบายโครงสร้างของฐานข้อมูลว่ามีสิ่งใดที่มีความเกี่ยวข้องกัน หรือสิ่งใดที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ส่วนที่สองเป็นวิธีการแปลงภาษาสำหรับการสืบค้นข้อมูลที่ใช้ในฐานข้อมูลที่หนึ่งมาให้เป็นคำสั่งในการแปลงภาษาสำหรับการสืบค้นในฐานข้อมูลที่สอง โดยใช้ออนโทโลจีเป็นตัวกลางอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างฐานข้อมูลทั้งสอง
การจำแนกข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินจากภาพถ่ายดาวเทียม(Classification Land Use form Satellite Image)
Kanita Tangthaikwan (Information Technology Faculty of Liberal Arts and Science, Kasetsart University, Thailand)
บทความนี้นำเสนอการจำแนกข้อมูลพื้นที่จากภาพถ่ายทางดาวเทียม LANDSAT MSS (Multispectral Scanner System) แบบหลายช่วงคลื่นเพื่อจำแนกพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน ด้วยการใช้วิธีโครงข่ายประสาทเทียมแบบหลายชั้น ซึ่งมีการแบ่งโครงสร้างของเครือข่ายออกเป็นหลายโครงสร้างตามจำนวนของข้อมูลนำเข้า 2 ลักษณะคือ 1) ข้อมูลนำเข้า 4 ค่า ตามจำนวนแบนด์ของช่วงคลื่นของ MMS 2) ข้อมูลนำเข้า 36 ค่า ค่าของจุดตนเองรวมกับค่าจากพื้นที่ใกล้เคียงจำนวน 8 ค่า และกำหนดผลลัพธ์ออกเป็น 2 ลักษณะคือ 1) ผลลัพธ์ 1 คลาส เป็นมาตรฐานของผลลัพธ์ในการระบุว่าคำตอบจะเป็นข้อมูลของคลาสใดคลาสหนึ่งของพื้นที่ศึกษาเพียงคำตอบเดียว 2) ผลลัพธ์ 7 คลาส เป็นการแยกข้อมูลตามแต่ละคลาสของพื้นที่โดยมีทั้งหมด 7 คลาสคือ 1 2 3 4 5 6 7โดยแบ่งได้เป็น4โครงสร้าง โครงสร้างที่มีการกำหนดผลลัพธ์ 7 คลาส ได้ค่าความแม่นยำสูงสุดอยู่ที่ 90.36% ซึ่งเกิดจากจำนวนชั้นซ่อนที่ 80 และสัดส่วนข้อมูลที่ใช้ฝึกส่วนที่ 70

M2: Multimedia IIgo to top

Room: Expedition
Chair: Taravichet Titijaroonroj (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
การปรับปรุงภาพจากการขยายด้วยเทคนิค Bicubic-M
Athaporn Kingboo (Bangkok, Thailand)
งานวิจัยนี้เสนอเทคนิคการปรับปรุงคุณภาพของภาพที่ได้จากการขยายภาพโดยใช้เทคนิค Bicubic-M ด้วยวิธีการปรับค่าสัมประสิทธิ์ให้พิกเซลใหม่ที่ได้จากประมาณค่าหรือทำนายค่าจากพิกเซลรอบข้าง ทำให้ภาพที่ได้จากการขยายมีความละเอียดหรือความสว่างของภาพเพิ่มมากขึ้น เทคนิค Bicubic-M มีการพัฒนามาจากพื้นฐานของเทคนิค Bicubic ซึ่งเป็นวิธีการสำหรับประมาณค่าให้กับพิกเซลใหม่ที่ได้รับความนิยมและนำมาใช้แก้ปัญหาในการเพิ่มความละเอียดของภาพได้เป็นอย่างดี จากผลการทดลองโดยการประเมินประสิทธิภาพของเทคนิค ใช้วิธีการหาค่า PSNR ซึ่งเทคนิค Bicubic-M มีค่า PSNR โดยเฉลี่ยที่ 9.89 ซึ่งเป็นค่าที่ดีกว่าแบบ Bicubic แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการเพิ่มคุณภาพของภาพจากการขยายภาพที่ดีกว่าเทคนิค Bicubic
การคัดกรองแบบสองชั้นของรอยชำรุดบริเวณรูขันน๊อตบนแผ่นวงจรพิมพ์
Surapan Airphaiboon (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
บทความวิจัยนี้เป็นการนำเสนอการตรวจสอบหารอยชำรุดบริเวณรูขันน๊อตบนแผ่นวงจรพิมพ์ด้วยวิธีการประมวลผลภาพ โดยการนำเอาเทคนิคการทำ Iris image normalization และ Flood-Fill Algorithm มาประยุกต์ใช้งาน เพื่อหารูปแบบและค่าขีดเริ่ม สำหรับการวิเคราะห์และคัดกรองเอาแผ่นวงจรพิมพ์ที่ชำรุดบริเวณรูขันน๊อต ออกไปจากระบบสายงานการผลิต จากการประยุกต์ใช้หลักการดังกล่าว ในการทดลองคัดกรองแผ่นวงจรพิมพ์จำนวน 100 แผ่น แบ่งเป็นแผ่นวงจรพิมพ์คุณภาพดี 60 แผ่น และเป็นแผ่นวงจรพิมพ์ที่มีรอยชำรุด 40 แผ่น พบว่าประสิทธิภาพในการคัดกรองมีความถูกต้องร้อยละ 98 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเมื่อเปรียบเทียบผล กับเครื่องที่ใช้สอบเทียบคือร้อยละ 97 และเมื่อคิดเกณฑ์การคัดกรองด้วยมนุษย์คือร้อยละ 100 ซึ่งผลจากการวิจัยนี้ได้นำไปใช้งานจริงในสายงานการผลิตที่มีการตรวจสอบและคัดกรองแผ่นวงจรพิมพ์จำนวน 6,000 แผ่นต่อวัน
การวิเคราะห์โรคเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคหนอนห่อใบข้าว ด้วยปริภูมิสี HSV
Mahasak Ketcham (King Mongkut's University of Technology North Bangkok, Thailand); Thittaporn Ganokratanaa (Chulalongkorn University, Thailand); Nutchuda Mongkolchart (King Mongkut's University of Technology North Bangkok, Thailand)
การวิเคราะห์โรคเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคหนอนห่อใบข้าวด้วยปริภูมิ HSV ได้พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการติดตามและเฝ้าระวังปัญหาโรคในนาข้าว ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการตรวจสอบข้าว ช่วยลดการใช้ปริมาณยาที่มากเกินควรและไม่ตรงกับโรค ลดเวลา รวมทั้งลดความเสียหายจากการเดินสำรวจผืนนา งานวิจัยนี้ใช้ระบบประมวลผลภาพ (Images Processing) โดยใช้เทคนิคปริภูมิสี HSV ในการดำเนินการประมวลผลภาพที่ได้รับจากภาพถ่าย ผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลองพบว่าระบบสามารถตรวจจับปัญหาโรคเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคหนอนห่อใบข้าวจากค่าผลต่างสีในพื้นที่จริงได้ในระดับดี
การทำนายอารมณ์ของมนุษย์ที่มีต่อรูปภาพโดยใช้คุณลักษณะของภาพและเครื่องมือติดตามการมองเห็น
Kitsuchart Pasupa (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand); Panawee Chatkamjuncharoen and Chotiros Wuttilertdeshar (King Mongkut's Institute Of Technology Ladkrabang, Thailand)
ปัจจุบันการสืบค้นเชิงอารมณ์เป็นส่วนที่จะสนับสนุนให้ผู้ใช้ได้เข้าถึงข้อมูลในคลังข้อมูลโดยครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้ได้มากขึ้น ถึงแม้ว่ารูปภาพรูปเดียวกันก็ตาม ผู้ใช้ต่างกัน อารมณ์ของผู้ใช้ที่ถูกกระตุ้นโดยรูปภาพนั้นอาจจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับส่วนของภาพที่ผู้ใช้มองและสนใจ บทความนี้นำเสนอการเพิ่มประสิทธิภาพของการจำแนกประเภทรูปภาพเชิงอารมณ์ของผู้ใช้ โดยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลการเคลื่อนไหวของตาที่เก็บจากผู้ใช้ขณะมองรูปภาพ กับคุณลักษณะพื้นฐานของรูปภาพ จากการทดลองพบว่าการเคลื่อนไหวของตาที่มีต่อรูปภาพนั้น สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจำแนกประเภทอารมณ์ได้ดีกว่าการใช้เพียงคุณลักษณะสีพื้นฐาน
การวิเคราะห์ประสิทธิภาพลินุกซ์เกตเวย์ด้วยรูปแบบเวอร์ชวลไลเซชั่น
Kritwara Rattanaopas (Prince of Songkla University, Thailand); Nalinee Inthamano (Songkhla Rajabhat University, Thailand)
บริการสารสนเทศในชีวิตประจำวันมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบใหม่ที่ทุกคนรู้จักในชื่อของ การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud computing) ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ด้วยเทคโนโลยีนี้มีส่วนที่สนับสนุนที่มีชื่อว่า เวอร์ชวลไลเซชั่น ที่สามารถทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับเป็นเกตเวย์หรือบริหารจัดการเครือข่ายมีความสามารถสูงขึ้น ด้วยการสร้างเครื่องเสมือนจริงพร้อมด้วยหลักการสร้างเครือข่ายท้องถิ่นเสมือน (VLAN) เข้ามาทำให้สามารถแยกเครือข่ายที่มีอยู่เดิมให้มีอิสระต่อกัน และเพิ่มความปลอดภัยโดยที่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับการให้บริการเดิม งานวิจัยนี้จึงนำเสนอผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพโดยการวัดค่า Throughput และการใช้งานหน่วยประมวลผลกลางด้วยโปรแกรม Iperf ได้ผลการให้บริการของ Throughput ที่ใกล้เคียงกันทั้งแบบ Single และแบบ Multi VLAN ที่ประมาณ 60 Mbits/sec โดยการทดสอบด้วยโปรแกรม Sysbench เพื่อจำลองภาระงาน OLTP สำหรับฐานข้อมูล MySQL พบว่าแบบ Multi VLAN มีค่า 5,094 Transections/sec น้อยกว่าแบบ Single ด้วยค่า 9,028 Transections/sec ด้านความปลอดภัย และเสถียรภาพได้ผลตรงกันข้าม ด้วยโปรแกรม NetCut และการสร้างความคับคั่งของการจราจรด้วยโปรแกรม Unicorn โครงสร้างแบบ Multi VLAN สามารถให้บริการ และป้องกันการโจมตีได้

APP3: Application IIIgo to top

Room: Journey
Chair: Anuntachai Anuntapat (KMITL & KMITL, Thailand)
หุ่นยนต์ตรวจการและเฝ้าระวังแบบเคลื่อนที่
Piyavit Laungaram (Ramkhamhaeng, Thailand)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มด้านฮาร์ดแวร์และพัฒนาแพลตฟอร์มด้านซอฟต์แวร์ของหุ่นยนต์ตรวจการและเฝ้าระวังแบบเคลื่อนที่ โดยมุ่งเน้นไปที่ระบบบริหารจัดการและระบบควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ที่มีความยืดหยุ่นต่อภารกิจ ซึ่งแพลตฟอร์มของหุ่นยนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นจะให้การสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจที่มีความยืดหยุ่น ผู้ควบคุมหุ่นยนต์สามารถกำหนดภารกิจและสภาพแวดล้อมในการดำเนินการผ่านโปรแกรมกราฟิกแบบโต้ตอบ ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ (1) การทดสอบ การเคลื่อนที่ , ความคล่องตัว และการจัดการของหุ่นยนต์ ผลการทดสอบสามารถทำงานได้ตามที่กำหนด (2) ผู้ควบคุมสามารถใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่สังเกตการณ์ และควบคุมหุ่นยนต์ภายใต้สภาวะแวดล้อมทั้งในร่มและกลางแจ้งได้ สามารถอ่านค่าจากเซนเซอร์ของหุ่นยนต์ และสามารถมองเห็นข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากเซนเซอร์ของหุ่นยนต์และเห็นวิดีโอที่ถ่ายทอดจากกล้องบนหุ่นยนต์ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถพัฒนาโปรแกรมบริหารจัดการและควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ขึ้นมาเอง โดยอาศัยอินเทอร์เฟชสำหรับโปรแกรมประยุกต์และไลบรารีของหุ่นยนต์ที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นจากงานวิจัยนี้ ในการพัฒนาโปรแกรมควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ตามที่ผู้ใช้ต้องการ
ระบบแนะนำสินค้าโดยอาศัยข้อมูลของผู้ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์และเทคนิคต้นไม้ตัดสินใจ กรณีศึกษาเฟซบุ๊กเอพีไอ
Jare Jumnongnarinrak and Thongchai Kaewkiriya (Thai-Nichi Institute of Technology, Thailand)
บทความนี้นำเสนอวิธีการในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้นของผู้ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network Profile) เพื่อจัดเก็บและนำมาประมวลผลต่อด้วยการจัดหมวดหมู่ข้อมูล และใช้เทคนิคต้นไม้ตัดสินใจ หรือ Decision Tree Induction มาใช้ในการสร้างระบบแนะนำสินค้าร่วมกับข้อมูลของผู้ใช้งานบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยวิเคราะห์จากข้อมูลที่ได้จากการเชื่อมต่อกับส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ (API) ของเฟซบุ๊กนำมาแสดงผลข้อมูแบบ JSON และจัดเก็บลงฐานข้อมูล MySQL โดยใช้ตัว SDK สำหรับภาษา PHP ทำการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อระบบด้วยแบบประเมิณตามวิธีของไลคอร์ท พบว่าผู้ใช้งานมีความพึงพอใจต่อระบบอยู่ในระดับดี และผลจากการทดลองทำให้ได้กรอบแนวคิดในการนำไปพัฒนาระบบแนะนำสินค้าจากข้อมูลผู้ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่จะเป็นประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต่อไป
แอพพลิเคชั่นฝึกฝนทักษะมวยไทยด้วยอุปกรณ์ Kinect
Apiwat Moraniratkul (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
Kinect ได้ถูกนำมาใช้งานเพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของผู้ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นทางด้านเกมและการออกกำลังกาย แต่อย่างไรก็ดียังไม่มีงานวิจัยทาง Kinect ที่เกี่ยวกับมวยไทย ดังนั้นทางผู้พัฒนาจึงจัดทำแอพพลิเคชั่นฝึกฝนทักษะมวยไทยด้วยอุปกรณ์ Kinect ขึ้นมา โดยแอพพลิเคชั่นนี้แบ่งเป็นสองส่วนคือเรียนรู้ท่ามวยไทยขั้นพื้นฐาน เป็นโหมดการสอนท่าพื้นฐานเรียกว่า "แม่ไม้มวยไทย" ซึ่งมีทั้งหมด 15 ท่าการฝึกสอน ประการสองคือแข่งขันมวยไทยกับหุ่นจำลองที่เสมือนกับขึ้นชกบนเวทีมวยไทยจริง โดยที่ Kinect จะทำหน้าที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวของร่างกายตามที่แอพพลิเคชั่นได้กำหนดไว้ ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้สามารถฝึกให้ผู้ใช้งานเรียนรู้ท่ามวยไทยได้อย่างถูกต้องตามหลักการแม่ไม้มวยไทย และสามารถฝึกซ้อมมวยไทยที่ไหนก็ได้โดยมีคอมพิวเตอร์ Kinect และแอพพลิเคชั่นฝึกฝนทักษะมวยไทยด้วยอุปกรณ์ Kinect
ระบบออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมโดยใช้กล้องเว็บแคม
Ravipart Praisuwanna (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
โรคออฟฟิศซินโดรม เป็นโรคที่พบมากในกลุ่มของพนักงานออฟฟิศที่ทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย ในช่วงระยะเวลา 10ปีที่ผ่านมามีการพัฒนาระบบเพื่อหาทางป้องกันการเกิดและรักษาโรคออฟฟิศซินโดรม โดยใช้อุปกรณ์กล้องร่วมกับการตรวจจับการเคลื่อนไหว ซึ่งทำงานได้ดีแต่มีข้อจำกัดที่ต้องหาซื้ออุปกรณ์เพิ่ม และมีราคาสูง ดังนั้นทางผู้วิจัยจึงพัฒนาระบบที่สามารถป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมโดยใช้กล้องเว็บแคมที่ติดตั้งแล้วในตัวเครื่อง ระบบที่นำเสนอนี้พัฒนาด้วยภาษาซีชาร์ป(C#) และโปรแกรม Unity3D ร่วมด้วยกับการประมวลผลภาพจากความแตกต่างของเฟรม(frame difference) จากผลการทดลองระบบสามารถจำลองท่าทางเพื่อป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมและตรวจจับท่าทางได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
ตัวแบบระบบสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัลสาธารณะเพื่อการกระจายความรู้แบบชัดแจ้ง
Suchart Thongrumpakul (Sripatum University, Thailand); Surasak Mungsing (SPU, Thailand)
การโฆษณาถูกออกแบบมาเพื่ออธิบายคุณลักษณะของประเภทธุรกิจ คุณสมบัติสินค้า คุณะลักษณะการบริการ หรือชี้แจงสิทธิ์ประโยชน์ให้ลูกค้าได้รับรู้ สื่อโฆษณาดิจิทัลเป็นสื่อแบบพลวัตรที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาระหว่างการเผยแพร่บนป้ายประชาสัมพันธ์ดิจิทัลสาธารณะให้แก่ผู้คนจำนวนมากที่สัญจรผ่าน ป้ายประชาสัมพันธ์ดิจิทัลหรือดิจิทัลไซนด์เนจ (Digital Signage) เป็นป้ายประชาสัมพันธ์ที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอลที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจวัตถุประสงค์ของนำเสนอสื่อโฆษณามากขึ้น การพัฒนาระบบสื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ชมสามารถมีปฏิสัมพันธ์จากการรับรู้บริบทของสื่อโฆษณาเป็นการเพิ่มช่องทางในการกระจายความรู้อีกช่องทางหนึ่ง งานวิจัยนี้ได้การพัฒนาส่วนต่อประสานระหว่างป้ายประชาสัมพันธ์ดิจิทัลกับอุปกรณ์พกพาประเภทสมาร์ทโฟน เพื่อเป็นช่องทางสำหรับการเรียนรู้ตามอัธยาสัยในช่วงเวลาของการรับรู้บริบทจากสื่อโฆษณา ผลการทดลองใช้งานพบว่า ผู้ชมสามารถเข้าถึงความรู้ในบริบทของสื่อโฆษณาได้ด้วยอุปกรณ์พกพาประเภทสมาร์ทโฟนซึ่งสามารถแสดงเนื้อหาความรู้ได้ทั้งในรูปแบบ ตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และมัลติมีเดีย The advertisements are designed to explain the features of the business, product features, service features or to clarify the benefits that customers can recognize. Digital media is a dynamic media that contents can be changed while publishing on the signage to a lot of people traveling through. Digital Signage is the advertising board in a digital format that makes more understanding of the purpose of offering on the advertisement to the viewers. Development of the advertising board that the audience can interact from the recognition context of increasing media channels to spread knowledge of another channel. This research was the development of an interface between digital signage and mobile devices such as smart phones to expand a learning channel at the time of recognition by the advertising context on a digital signage. Results of the trial showed that viewers can access knowledge in accordance with the context of media with smart phones that can display content of knowledge in forms of text, still images, animation, and multimedia.

BI1: Business Intelligence Igo to top

Room: Passage
Chair: Srinual Nalintippayawong (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
การบริหารความเสี่ยงของโมบายคลาวด์คอมพิวติ้ง
Nutthakorn Chalaemwongwan (Mahanakorn University of Technology, Thailand)
Mobile cloud computing (MCC) ได้รับความนิยมในงานวิจัยเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่ามีงานวิจัยเกี่ยวกับ MCC เพิ่มมากขึ้นแต่ยังคงไม่สามารถพัฒนาให้ใช้งานได้จริงเนื่องจากยังคงไม่มีความมั่นคงปลอดภัยและข้อมูลความเป็นส่วนตัวอย่างอย่างเพียงพอ ทำให้ยากที่จะทำให้ MCC ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งในงานวิจัยนี้จะเสนอแนวคิดการบริหารความเสี่ยงทั่วไปมาประยุกต์ใช้กับ MCC โดยนำไปสู่กลยุทธ์การป้องกันเชิงรุกความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น โดยนำเสนอขึ้นตอนและวิธีการจัดการ อีกทั้งยังวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเพื่อให้เข้าใจประเภทของความเสี่ยงอย่างละเอียดและเป็นระบบ
การพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับตรวจวัดคุณภาพเสียงที่ได้รับผลกระทบการสูญเสียแพ็กเก็ตบนโครงข่ายไอพีของโคเด็ค G.729
Kittiphan Puapholthep (King Mongkut's University of Technology Thonburi & School of Information Technology, Thailand)
บทความนี้นำเสนอแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ สำหรับตรวจวัดคุณภาพเสียงของระบบโทรศัพท์ผ่านไอพี ที่ได้รับผลกระทบการสูญเสียแพ็กเก็ตบนเครือข่ายด้วยการเข้ารหัสเสียง G.729 โดยศึกษาคุณภาพเสียงภายใต้ผลกระทบจากการสูญเสียแพ็กเก็ตด้วยกระบวนการวัดคุณภาพเสียง PESQ ค่าคุณภาพเสียงที่ได้จะถูกนำไปสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่แตกต่างกัน 5 รูปแบบ แบบจำลองทั้งหมดจะถูกประเมินเทียบกับคุณภาพเสียงที่วัดจากวิธี PESQ ด้วยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สันและค่ากลางของเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์ (MAPE) ผลการศึกษาบ่งชี้ว่า แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในรูปแบบเอกซ์โพเนนเชียลให้ผลการทำนายสอดคล้องกับวิธีวัดแบบ PESQ มากที่สุด ด้วยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สันระดับ 0.97 โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์ที่ 6.97% สามารถนำไปใช้ในการทำนายคุณภาพเสียงของระบบโทรศัพท์ผ่านไอพีชนิดการเข้ารหัสเสียง G.729 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความรับผิดรับชอบในการทำธุรกรรมทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
Chian Techapanupreeda (Mahanakorn University of Technology, Thailand)
ปัจจุบันการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้นเนื่องจากการสื่อสารที่พัฒนามากขึ้นการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตสามารถทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วสามารถทำธุรกรรมต่างๆได้ทุกที่ทุกเวลาที่มีอินเตอร์เน็ตเข้าถึง ทำให้การซื้อขายสินค้าหรือบริการต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ตเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น แต่ก่อให้เกิดปัญหาในด้านความมั่นคงปลอดภัยทางโลกไซเบอร์มากขึ้นเช่นกันไม่ว่าจะเป็นการปลอมตัว การดักจับข้อมูลหรือการปฏิเสธความรับผิดชอบในสิ่งที่ผู้ทำธุรกรรมนั้นเป็นผู้กระทำเนื่องจากขาดหลักฐานในการทำธุรกรรมทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้มีผู้นำเสนองานวิจัยด้านความรับผิดรับชอบหลากหลายงานวิจัยแต่ยังคงขาดคุณสมบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยหลายประการ [1-3] เช่นการไม่สามารถระบุตัวตันผู้ส่งข้อมูลที่แท้จริงได้ การปฏิเสธความรับผิดชอบในธุรกรรมที่ผู้เกี่ยวข้องนั้นเป็นผู้กระทำ งานวิจัยฉบับนี้จะวิเคราะห์คุณสมบัติด้านความมั่นคงปลอดภัย ปัญหาและการนำไปใช้งานจริงเพื่อแก้ปัญหาและระงับข้อพิพาทซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากทั้งผู้รับและผู้ส่งข้อความ โดยการใช้การเข้ารหัสลับแบบอสมมาตรซึ่งมีความมั่นคงปลอดภัยสูงเหมาะกับการใช้งานบนสื่อและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆได้เป็นอย่างดี
การค้นหาปัจจัยเพื่อสร้างโมเดลสำหรับพยากรณ์การควบคุมประตูระบายน้ำ
Nitinan Mata (King Mongkut's University of Technology North Bangkok, Thailand); Sangdaow Noppitak, Sirorat Kulwong and Prem Enkvetchakul (Buriram Rajabhat University, Thailand)
ปัจจุบันภัยที่เกิดจากน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องการการควบคุมที่เหมาะสมเนื่องจากเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้นักวิจัยหลายกลุ่มพยายามสร้างโมเดลการพยากรณ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เพื่อช่วยในการตัดสินใจบริหารจัดการน้ำตามลุ่มน้ำหรืออ่างเก็บน้ำ งานวิจัยนี้จึงนำเสนอการค้นหาปัจจัยในการพยากรณ์การควบคุมประตูระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเปรียบประสิทธิภาพโมเดลพยากรณ์การระบายน้ำจากเทคนิคการจำแนกประเภทข้อมูล พบว่าโมเดลที่มีประสิทธิภาพความแม่นยำในการจำแนกประเภทข้อมูลมากที่สุดคือ Random Forest และเมื่อใช้ร่วมกับการลดคุณลักษณะของข้อมูลแบบ Symmetric uncertainty ทำให้ประสิทธิภาพในการพยากรณ์เพิ่มขึ้น และพบว่าปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการพยากรณ์น้ำท่วมมากที่สุดคือ ปริมาณน้ำท่าสะสม และปริมาณน้ำฝนตามลำดับ
การศึกษาเปรียบเทียบการใช้และการไม่ใช้คำนำหน้าชื่อ คำต่อท้าย ในการจดจำนิพจน์ระบุนาม
Sayan Tepdang (Rajamangala University of Technology Tawan-ok, Thailand)
การจดจำนิพจน์ระบุนามในภาษาไทย ( Thai Named Entity Recognition) นิพจน์ระบุนามคือสิ่งที่ใช้เรียก ชื่อบุคคล ชื่อองค์กร และ ชื่อสถานที่ แต่ที่เป็นปัญหาของการจดจำนิพจน์ระบุนามในบทความภาษาไทยพบว่า คือการเขียนติดกันทั้งประโยคและการไม่มีขอบเขตที่แน่นอน ไม่มีตัวอักษรพิมพ์ใหญ่กับพิมพ์ตัวเล็กในการใช้นิพจน์ระบุนามเหมือนกับภาษาอังกฤษ และสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลา เช่น เกิดขึ้นจากคำเดี่ยว เกิดขึ้นจากการนำคำมาผสมกัน หรือเกิดขึ้นจากการนำภาษาต่างประเทศมาใช้ ซึ่งก็เป็นนิพจน์ระบุนามได้แล้ว ปัญหาเหล่านี้ที่กล่าวมาทำให้ยากในการจดจำนิพจน์ระบุนามในภาษาไทย บทความนี้จึงเสนอวิธีการสร้างโมเดลเพื่อทำการเปรียบเทียบการใช้และการไม่ใช้คำนำหน้าชื่อ คำต่อท้าย ในการจดจำนิพจน์ระบุนามในภาษาไทย ว่าโมเดลใดมีประสิทธิภาพดีที่สุด โดยการสร้างกฏในการเรียนรู้ ด้วยวิธีคอนดิชันนอลแรนดอมฟิลด์ (Conditional Random Fields) และใช้ขนาด 9 แกรมในการสร้างโมเดล โดยใช้คลังข้อความ จำนวน 250,000 คำ ผลการทดสอบประสิทธิภาพของโมเดลการใช้คำนำหน้าชื่อและคำต่อท้าย (Rule used Prefix Suffix) มีค่า F1 สูงสุดคือชื่อองค์กร 86.80 % และมีค่าต่ำสุดชื่อบุคคล 85.36% ส่วนโมเดลที่ไม่ใช้ (Unused Prefix Suffix) มีค่า F1 สูงสุดคือชื่อองค์กร 84.70 % มีค่าต่ำสุด ชื่อบุคคล 81.81%

MD2: Modeling IIgo to top

Room: Voyage
Chair: Singha Chaveesuk (King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
การคำนวณค่าความไว้วางใจในเครือข่ายสังคมสำหรับระบบแนะนำ
Thanaphon Phukseng and Sunantha Sodsee (King Mongkut's University of Technology North Bangkok, Thailand)
งานวิจัยนี้นำเสนอการคำนวณค่าความไว้วางใจจากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในเครือข่ายสังคม ในรูปแบบการบวกค่าความไว้วางใจด้วยเลขนอมอลไลซ์ ซึ่งได้เปรียบเทียบเวลาที่ใช้ในการประมวลผลเพื่อคำนวณค่าความไว้วางใจจากรูปแบบการคำนวณในรูปแบบต่างๆ โดยเป็นความไว้วางใจระหว่างผู้ใช้งานและบุคคลปลายทาง ซึ่งได้กำหนดให้เป็นโหนดในเครือข่ายสังคมและได้มาจากการสุ่มเลือกโหนด โดยที่ความไว้วางใจนั้นจะแพร่กระจายไปตามเส้นทางจากโหนดผู้ใช้งานไปยังโหนดบุคคลปลายทาง สำหรับการหาเส้นทางแบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ พิจารณาค่าความไว้วางใจระหว่างโหนด การสุ่มเลือกเส้นทาง และพิจารณาดีกรีของโหนด ซึ่งผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการคำนวณค่าความไว้วางใจที่นำเสนอนั้นใช้เวลาในการประมวลผลน้อยที่สุด จากทุกลักษณะของการหาเส้นทาง โดยเฉพาะการหาเส้นทางจากค่าความไว้วางใจระหว่างโหนดที่มีความหนาแน่นเป็น 1 จะใช้เวลาประมวลผลน้อยที่สุดคือ 2.011 ไมโครวินาที
แบบจำลองปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการทำธุรกรรมการเงินผ่านแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่
Chanboon Sathitwiriyawong and Pornnapa Phuttaraksa (King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, Thailand)
บทความนี้นำเสนอปัจจัยที่มีความสำคัญและส่งผลต่อการยอมรับการทำธุรกรรมการเงินผ่านแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยกรอบแนวคิดของงานวิจัยมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance Model) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่มีความน่าเชื่อถือในการพยากรณ์พฤติกรรมการยอมรับเทคโนโลยี ผนวกกับปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ โดยมีปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลและส่งผลต่อความตั้งใจที่จะใช้เชิงพฤติกรรม ในบทความนี้ ผู้เขียนได้กำหนดปัจจัยภายนอกขึ้นสี่ปัจจัย ได้แก่ คุณภาพของระบบ การรับรู้ความสามารถของตนเอง การประกันโครงสร้าง และความเข้ากันได้กับปัจเจกบุคคล เพื่อสร้างเป็นแบบจำลองสำหรับใช้ศึกษาความสัมพันธ์และอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยี โดยแบบจำลองนี้แบ่งปัจจัยออกเป็นสามส่วนหลัก ๆ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบที่ติดต่อกับผู้ใช้ และผู้ใช้งาน
การออกแบบกระบวนการสำหรับระบบควบคุมเงินสดย่อย โดยใช้แผนผังกระแสงาน (Workflow Diagram) กรณีศึกษาธุรกิจค้าปลีก
Veeraporn Siddoo and Rattana Wetprasit (Prince of Songkla University, Phuket Campus, Thailand)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและออกแบบกระบวนการสำหรับระบบควบคุมเงินสดย่อย (Petty cash system) โดยนำแผนผังกระแสงาน (Workflow diagram) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานจากกระบวนการเดิมที่ใช้วิธีการทำงานด้วยมือ (Manual working) ใช้วิธีวิจัยแบบกรณีศึกษา (Case study methodology) องค์กรธุรกิจค้าปลีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยรวบรวมกระบวนการทำงานจากพนักงานในองค์กรด้วยวิธีศึกษาเอกสารและคู่มือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานร่วมกับการสัมภาษณ์และสังเกตการทำงาน ผู้วิจัยนำเสนอกระบวนการทำงานเดิม ปัญหาของกระบวนการทำงานเดิม และกระบวนการทำงานใหม่ในรูปแบบขั้นตอนการทำงานและกิจกรรมภายในขั้นตอน ผลการประเมินประสิทธิภาพพบว่า กระบวนการทำงานใหม่ช่วยลดเวลาในการทำงานลง 65% เพิ่มความปลอดภัยในกระบวนการทำงานมากขึ้น 5 ขั้นตอน และสร้างความพึงพอใจให้ผู้ใช้งาน 100% แผนผังกระแสงานระบบควบคุมเงินสดย่อยนี้มีความเหมาะสมกับองค์กรต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้ โดยก่อนนำไปใช้ควรศึกษาความต้องการด้านการใช้งานขององค์กร แล้วทำการปรับปรุงนโยบายและขั้นตอนการทำงานตามบริบทของธุรกิจ
การประยุกต์ใช้ควอนตัมพาร์ติเคิลสวอร์ออปติไมเซซันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการหาค่าพารามิเตอร์ใน Łukasiewicz structure
Jintara Dollaor and Sirapat Chiewchanwattana (Khon Kaen University, Thailand); Khamron Sunat (Khon Kaen, Thailand)
การเลือกค่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมในการวัดค่าความคล้ายคลึงของ Łukasiewicz structure เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญ ค่าพารามิเตอร์ที่แตกต่างกันอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคัดเลือกคุณลักษณะที่สำคัญของข้อมูล รวมทั้งอาจเพิ่มเวลาในการคำนวณ งานวิจัยนี้นำเสนอวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการหาค่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมด้วยควอนตัมพาร์ติเคิลสวอร์ออปติไมเซซัน(QPSO) สำหรับการคัดเลือกคุณลักษณะด้วยการวัดความคล้ายคลึงของข้อมูลร่วมกับฟัซซีเอนโทรปี วัดประสิทธิภาพการจำแนกด้วยเครื่องจักรเรียนรู้เอ็กซ์ทรีม(ELM) ข้อมูลทดสอบ 10 ชุดข้อมูลจากฐานข้อมูล UCI ผลการทดลองพบว่าวิธีการที่นำเสนอให้ค่าเฉลี่ยความถูกต้องเพิ่มขึ้นด้วยจำนวนคุณลักษณะที่น้อยลงจากชุดข้อมูลต้นฉบับ